Home|Links|แผนที่ กยศ.|สำหรับเจ้าหน้าที่
Search  
กยศ. Google
นักเรียน นักศึกษาที่ประสงค์จะขอกู้ยืมเงิน ต้องดำเนินการกู้ยืมผ่านระบบ e-Studentloan ด้วยตนเอง ต้องเก็บรักษารหัสผ่านไว้เป็นความลับ และต้องไม่ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจ หรือกระทำการใดเพื่อให้ผู้อื่นดำเนินการกู้ยืมผ่านระบบ e-Studentloan แทน
   
     
 

หลักเกณฑ์การชำระหนี้

กรณีทำสัญญากับธนาคารกรุงไทย (คลิกเข้าเวปไซต์ธนาคารกรุงไทย)
     1. เมื่อผู้กู้ยืมเงินสำเร็จการศึกษา หรือเลิกการศึกษาเป็นเวลา 2 ปี ถือว่าผู้กู้ยืมเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมคืนให้กับกองทุนตามระยะเวลา และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการกองทุนฯ
     2. ผู้กู้ยืมที่กำลังศึกษาอยู่และไม่ได้กู้ยืมเงินติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และไม่ได้แจ้งสถานภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาให้ธนาคารทราบ ถือว่าเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้
     3. ก่อนวันที่ 5 กรกฎาคมของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกจะได้รับหนังสือจากธนาคาร เพื่อแจ้งเงินต้นทั้งหมด จำนวนเงินที่ต้องชำระหนี้งวดแรก ค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ รวมทั้งตารางการชำระหนี้ของแต่ละปี
     4. ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้จะต้องชำระหนี้งวดแรกภายในวันที่ 5 กรกฎาคม ของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้
     5. ผู้กู้ยืมจะต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปีของเงินต้นคงค้างของปีที่ 1 เป็นต้นไป โดยจะต้องชำระหนี้ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี และจะต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 15 ปี นับจากวันครบกำหนดชำระหนี้งวดแรก
     6. ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดคือภายในวันที่ 5 กรกฎาคม ของทุกปี ถือว่าผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งผู้กู้ยืมจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของเงินต้นที่ค้างชำระในงวดนั้น กรณีค้างชำระไม่เกิน 12 เดือน และจะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของเงินต้นงวดที่ค้างชำระทั้งหมด กรณีค้างชำระเกิน 12 เดือน


กรณีทำสัญญากับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
(คลิกเข้าเวปไซต์ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)
     1. เมื่อผู้กู้ยืมเงินสำเร็จการศึกษา หรือเลิกการศึกษาเป็นเวลา 2 ปี ถือว่าผู้กู้ยืมเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมคืนให้กับกองทุนตามระยะเวลา และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการกองทุนฯ
     2. ผู้กู้ยืมที่กำลังศึกษาอยู่และไม่ได้กู้ยืมเงินติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และไม่ได้แจ้งสถานภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาให้ธนาคารทราบ ถือว่าเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้
     3. ก่อนวันที่ 5 กรกฎาคมของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกจะได้รับหนังสือจากธนาคาร เพื่อแจ้งเงินต้นทั้งหมด จำนวนเงินที่ต้องชำระหนี้งวดแรก ค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ รวมทั้งตารางการชำระหนี้ของแต่ละปีให้ผู้กู้ยืมทราบ
     4. ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้จะต้องชำระหนี้งวดแรกภายในวันที่ 5 กรกฎาคม ของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้
     5. ผู้กู้ยืมจะต้องเสียค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ ร้อยละ 1 ต่อปีของเงินต้นคงค้างของปีที่ 1 เป็นต้นไป โดยจะต้องชำระหนี้ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี และจะต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 15 ปี นับจากวันครบกำหนดชำระหนี้งวดแรก
     6. ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดคือภายในวันที่ 5 กรกฎาคม ของทุกปี ถือว่าผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งผู้กู้ยืมจะต้องเสียค่าธรรมเนียมจัดการกรณีผิดนัดชำระหนี้ร้อยละ 12 ต่อปี ของเงินต้นที่ค้างชำระในงวดนั้น กรณีค้างชำระไม่เกิน 12 เดือน และจะต้องเสียค่าธรรมเนียมจัดการกรณีผิดนัดชำระหนี้ในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของเงินต้นงวดที่ค้างชำระทั้งหมด กรณีค้างชำระเกิน 12 เดือน


 
  วิธีนับระยะเวลาครบกำหนดชำระหนี้  
        ตัวอย่าง ผู้กู้ยืมสำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาในปีการศึกษา 2554 ผู้กู้ยืมจะครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกภายใน วันที่ 5 กรกฎาคม 2557

   

 
 

การสอบถามยอดหนี้

กรณีทำสัญญากับธนาคารกรุงไทย

     1. ทาง INTERNET http://www.studentloan.ktb.co.th/ โดยป้อนรหัสผ่านเป็นเลขบัตรประจำตัวประชาชน และวัน เดือน ปีเกิด(พ.ศ.) ของตนเอง (คลิกเข้าระบบเช็คยอดหนี้ออนไลน์)
     2. ทางศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลข 1551
     3. ทางตู้ ATM ของ บมจ. ธนาคารกรุงไทย
     4. ทาง HELP DESK หมายเลข 0-2208-8699
     5. สาขา บมจ. ธนาคารกรุงไทย ทุกแห่ง


กรณีทำสัญญากับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
     ผู้กู้ยืมสามารถสอบถามยอดหนี้ของตนได้ 3 ช่องทาง ดังนี้
     
1. ผ่านระบบ e-studentloan ทาง www.studentloan.or.th เลือกข้อ 03 ขอดูยอดหนี้ผู้กู้
     2. ทาง HELP DESK หมายเลข 02-650-6999 ต่อ 5154 - 5155
     3. สาขาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทุกแห่ง


การชำระหนี้

กรณีทำสัญญากับธนาคารกรุงไทย
การชำระหนี้สามารถชำระได้ 5 ช่องทาง ดังนี้
     1. ชำระโดยการหักบัญชีอัตโนมัติจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ของผู้กู้ยืม โดยจะต้องแจ้งความประสงค์กับธนาคารให้หักบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ตอนทำสัญญากู้หรือบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ผู้กู้ยืมเปิดใหม่ และผู้กู้จะต้องนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากฯ ก่อนวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี (กรณีชำระหนี้เป็นรายปี) หรือก่อนวันที่ 5 ของทุกเดือน (กรณีชำระเป็นรายเดือน) ผู้กู้ยืมจะต้องนำสมุดบัญชีเงินฝากฯ ไปปรับรายการหักบัญชีที่สาขาและเก็บไว้เป็นหลักฐาน
     2. ชำระที่เคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย โดยธนาคารมีสาขาบริการกว่า 900 สาขาทั่วประเทศ ผู้กู้ยืม สามารถชำระหนี้ มากกว่าหรือเท่ากับหรือน้อยกว่าจำนวนเงินที่ต้องชำระก็ได้ ผู้กู้ยืมจะได้รับใบรับเงินเพื่อชำระหนี้กองทุนฯ ไว้เป็นหลักฐาน
     3. ชำระที่เครื่องฝาก/ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM/ADM) ของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย กว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ มากกว่าหรือเท่ากับหรือน้อยกว่าจำนวนเงินที่ต้องชำระก็ได้ ผู้กู้ยืมจะได้รับ "ใบบันทึกรายการชำระหนี้ กยศ." ไว้เป็นหลักฐาน
     4. ชำระทาง INTERNET http://www.ktb.co.th ของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้มากกว่าหรือเท่ากับหรือน้อยกว่าจำนวนเงินที่ต้องชำระก็ได้ โดยผู้กู้ต้องสมัคร KTB Online
     5. ชำระผ่านโทรศัพท์มือถือ (KTB ONLINE AT MOBILE) ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้มากกว่าหรือเท่ากับหรือน้อยกว่าจำนวนเงินที่ต้องชำระก็ได้ โดยผู้กู้สามารถสมัครใช้บริการผ่านตู้ ATM, KTB ONLINE และสาขาของธนาคาร

กรณีทำสัญญากับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย การชำระหนี้สามารถชำระได้ 2 ช่องทาง ดังนี้
     1. ชำระโดยการหักบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยของผู้กู้ยืม โดยต้องแจ้งความประสงค์กับธนาคารให้หักบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ตอนทำสัญญากู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา หรือเปิดบัญชีใหม่และผู้กู้ยืมเงินต้องนำเงินฝากเข้าบัญชีก่อนวันที่ 5 กรกฎาคม ของทุกปี
     2. ชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้มากกว่าที่กำหนดชำระได้ โดยผู้กู้ยืมจะได้รับใบรับเงินเพื่อชำระหนี้กองทุนฯ ไว้เป็นหลักฐาน


 
  การชำระหนี้ก่อนกำหนด  
       ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้คืนกองทุนทั้งหมดหรือบางส่วนในช่วงก่อนสำเร็จการศึกษา หรือช่วงระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปีได้ โดยผู้กู้ยืมไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้
 
 

วิธีการชำระหนี้

กรณีทำสัญญากับธนาคารกรุงไทย
      1. การติดต่อในครั้งแรก
          ผู้กู้ยืมทุกรายต้องติดต่อแสดงตนในการชำระหนี้ที่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ที่ท่านสะดวก ดังนี้
          1.1 กรอกหนังสือแสดงตนในการชำระหนี้ (กยศ.201) (คลิกดาวน์โหลด แบบฟอร์ม กยศ.201)
          1.2 หากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนงวดการชำระหนี้จากรายปีเป็นรายเดือนสามารถทำได้ โดยให้ผู้กู้ยืมเงินแจ้งความประสงค์
          1.3 แจ้งจำนวนเงินที่ผู้กู้ยืมประสงค์จะชำระหนี้งวดแรก พร้อมชำระหนี้ โดยผู้กู้ยืมจะได้รับใบรับเงินเพื่อชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นหลักฐาน
      * ในการชำระหนี้ผู้กู้ยืมจะต้องเสียค่าธรรมเนียม ครั้งละ 10 บาท
     2. การชำระหนี้ครั้งต่อไป
            2.1 นำเงินเข้าฝากในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้กู้ที่ได้แจ้งความประสงค์ไว้แก่ธนาคารโดยต้องมีเงินบัญชีมากพอกับต้นเงินงวดที่ต้องชำระกับงวดที่ค้างชำระ (หากมี) ดอกเบี้ย และ เบี้ยปรับ (ถ้ามี) หรือ  
           2.2 ชำระที่เคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ
           2.3 ชำระที่เครื่องฝาก/ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM/ADM) ของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย
           2.4 ชำระทาง INTERNET http://www.ktb.co.th ของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย
           2.5 ชำระผ่านโทรศัพท์มือถือ (KTB ONLINE AT MOBILE)

กรณีทำสัญญากับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

     1. การติดต่อชำระหนี้ครั้งแรก
          ผู้กู้ยืมทุกรายต้องติดต่อแสดงตนในการชำระหนี้ที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาใดก็ได้ที่ท่านสะดวก ดังนี้
          1.1 กรอกหนังสือแสดงตนในการชำระหนี้ (กยศ.201)
          1.2 หากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนงวดการชำระหนี้จากรายปีเป็นรายเดือนสามารถทำได้ โดยให้ผู้กู้ยืมเงินแจ้งความประสงค์
          1.3 แจ้งจำนวนเงินที่ผู้กู้ยืมประสงค์จะชำระหนี้งวดแรกพร้อมชำระหนี้ โดยผู้กู้ยืมจะได้รับใบรับเงินเพื่อชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นหลักฐาน
           * ในการชำระหนี้ผู้กู้ยืมจะต้องเสียค่าธรรมเนียม ครั้งละ 10 บาท
     2. การชำระหนี้ครั้งต่อไป

      2.1 นำเงินฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์ของผู้กู้ที่ได้แจ้งความประสงค์ไว้แก่ธนาคาร โดยต้องมีเงินในบัญชีมากพอกับต้นเงินงวดที่ต้องชำระกับงวดที่ค้างชำระ(หากมี) และค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ หรือค่าธรรมเนียมจัดการกรณีผิดนัดชำระหี้
          2.2 ชำระที่เคาน์เตอร์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ


 
  ตารางแสดงการคำนวณเงินต้นและดอกเบี้ย  
  ตารางตัวอย่างแสดงการผ่อนชำระของยอดเงินกู้ 100,000 บาท โดยแยกเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยในแต่ละปี  
 
ปีที่ผ่อน
ชำระ
ยอดเงินกู้
คงเหลือ
ตามสัญญา
การผ่อนชำระ
เงินต้น
ร้อยละต่อปี
เงินต้นที่
ต้องชำระ
แต่ละงวด
ดอกเบี้ย
ร้อยละ 1 ต่อปี
ยอดเงินต้น
และดอกเบี้ย
*บวกค่าธรรมเนียม
การโอนเงิน
1 100,000 1.5 1,500 - 1,500 10
2 98,500 2.5 2,500 985 3,485 10
3 96,000 3.0 3,000 960 3,485 10
4 93,000 3.5 3,500 930 4,430 10
5 89,500 4.0 4,000 895
4,895 10
6 85,500 4.5 4,500 855 5,355 10
7 81,500 5.0 5,000 810 5,810 10
8 76,000 6.0 6,000 760 6,760 10
9 70,000 7.0 7,000 700 7,700 10
10 63,000 8.0 8,000 630 8,630 10
11 55,000 9.0 9,000 550 9,550 10
12 46,000 10.0 10,000 460 10,460 10
13 36,000 11.0 11,000 360 11,360 10
14 25,000 12.0 12,000 250 12,250 10
15 13,000 13.0 13,000 130 13,130 10
    100.0 100,000 9,275 109,275  
 
     
  สูตรการคำนวณดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ  
     
 
      
 
  หมายเหตุ :    * หมายถึง จำนวนเงินกู้ยืมทั้งหมด หักด้วยจำนวนเงินต้นที่ชำระแล้ว
                   ** นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดชำระหนี้ หรือวันที่ชำระหนี้ครั้งล่าสุดถึงวันชำระเงิน
 
     
 
          
 
  หมายเหตุ :    * หมายถึง จำนวนเงินที่ต้องชำระในงวดที่ค้างชำระในแต่ละงวด
                   ** อัตราเบี้ยปรับ 12% คิดจากเงินต้นงวดที่ค้างชำระไม่เกิน 12 เดือน และ 18% คิดจากเงินต้นงวดที่ค้างชำระเกินกว่า 12 เดือน
 
     
  การผ่อนผัน / แจ้งสถานภาพ  
  หลักเกณฑ์การขอผ่อนผันชำระหนี้  
   
หลักเกณฑ์
เอกสารเพื่อประกอบการพิจารณา
หลักเกณฑ์
1. เป็นผู้ไม่มีรายได้ - แบบฟอร์ม กยศ. 202, 203
- หนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านหรือข้าราชการ ระดับ 5 ขึ้นไป
- สำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวข้าราชการผู้รับรอง
- (คลิกดาวน์โหลด แบบฟอร์ม กยศ.202)
- (คลิกดาวน์โหลด แยบฟอร์ม กยศ.203)
- ยืดเวลาได้คราวละไม่เกิน 6 เดือน
รวมแล้วไม่เกิน 2 ปี
2. เป็นผู้รายได้ต่ำกว่า
เดือนละ 4,700.-บาท
- แบบฟอร์ม กยศ. 202, 203
- หนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้าน หรือ
ข้าราชการ ระดับ 5 ขึ้นไป
- หนังสือรับรองรายได้/แสดงรายได้
จากหน่วยงาน
- สำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวข้าราชการผู้รับรอง
- ผ่อนชำระได้ไม่ต่ำกว่า 300 บาทต่อเดือน หรือ 2,400 บาทต่อปี แต่ไม่น้อย กว่าดอกเบี้ย
3. เป็นผู้ประสบภัยพิบัติ
จากธรรมชาติ, สงคราม,
จลาจล
- แบบฟอร์ม กยศ. 202, 203
- หนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้าน หรือ
ข้าราชการระดับ 5 ขึ้นไป ตำรวจ ยศ ร.ต.ต. ขึ้นไป
- สำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวผู้รับรอง
- ยืดเวลาได้คราวละไม่เกิน 6 เดือน
รวมแล้วไม่เกิน 2 ปี

ผู้กู้ยืมต้องดำเนินการติดต่อกับธนาคารเพื่อขอผ่อนผันชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ครบกำหนดชำระหนี้แต่ละงวด และหากพ้นวันที่ครบกำหนดชำระแล้ว ( 5 กรกฎาคมของทุกปี) ถือว่าผู้กู้ค้างชำระหนี้ จะต้องเสียเบี้ยปรับและถูกติดตามหนี้จนกว่าจะได้รับอนุมัติผ่อนผันชำระหนี้ ระงับการติดตามจากกยศ.และถือเป็นหนี้ปกติต่อไป
 
     
  กรณีผู้กู้ยืมศึกษาอยู่ หรือสำเร็จการศึกษาไม่ถึง 2 ปี แต่ได้รับจดหมายแจ้งภาระหนี้
 
       ตามหลักเกณฑ์แล้วจะยังถือว่าไม่เป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้ผู้กู้จะต้องทำ "หนังสือแบบรายงานสถานภาพการศึกษา (กยศ. 204)" (คลิกดาวน๋โหลดแบบฟอร์ม กยศ. 204) และให้สถาบันการศึกษารับรองทุกปีจนกว่าจะจบการศึกษา สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้วไม่ถึง 2 ปี ให้ผู้กู้ยืมนำหนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษาหรือใบปริญญาบัตรหรือใบประกาศนียบัตรหรือรายงานผลการศึกษา (Transcript) ไปให้สาขาของธนาคารเพื่อเปลี่ยนวันครบกำหนดชำระหนี้  
 

แจ้งเปลี่ยนที่อยู่ / ที่ทำงาน / สถาะอื่น ๆ
     ในกรณีที่ผู้กู้ยืมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงสถานะของตนเอง เช่น เปลี่ยนชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เลขที่บัญชีเงินฝาก เข้าทำงานหรือย้ายสถานที่ทำงาน ผู้กู้ยืมจะต้องทำ "หนังสือแบบรายงานข้อมูลผู้กู้ยืมเงิน (กยศ.108)" (คลิกดาวน์โหลดแบบฟอร์ม กยศ.108)และจัดส่งให้ธนาคารตามที่อยู่ต่อไปนี้
ธนาคารกรุงไทย
ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ บมจ. ธนาคารกรุงไทย อาคารสุขุมวิท ชั้น 14
เลขที่ 10 ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ฝ่ายโครงการพิเศษธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
อาคารคิวเฮ้าส์ อโศก ชั้น 14 เลขที่ 66 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

  กรณีผู้กู้ยืมถึงแก่กรรม
     หนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินจะเป็นอันระงับไป โดยให้บิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้ค้ำประกัน หรือทายาทแจ้งผ่านธนาคารกรุงไทย ภายใน 7 วัน พร้อมแนบหลักฐาน เป็นสำเนาใบมรณะบัตร หรือสำเนาทะเบียนบ้านที่ระบุการตายของผู้กู้ยืม โดยมีเจ้าหน้าที่ราชการประทับตราและลงลายมือชื่อรับรอง และผู้ปกครองต้องรับรอง สำเนาถูกต้อง
   หากผู้กู้ยืมยังอยู่ระหว่างการศึกษา ให้สถานศึกษามีหน้าที่แจ้งการเสียชีวิตของผู้กู้ยืมต่อกองทุนฯ ผ่านทางธนาคาร
  กรณีผู้กู้ยืมพิการหรือทุพพลภาพ
      หนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินจะเป็นอันระงับไป โดยให้ยื่นเอกสารต่อธนาคารกรุงไทย เพื่อเสนอกองทุนฯ พิจารณาระงับการเรียกให้ชำระหนี้ตามสัญญา ดังนี้
1. สำเนาสมุดประจำตัวคนพิการ
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกัน
3. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกัน
4. รายงานการตรวจทางการแพทย์
5. ใบรับรองแพทย์
** สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน หรือผู้ปกครองทุกฉบับ

“กองทุนเงินกู้ คู่การศึกษา จับจ่ายรู้ค่า ถึงเวลาใช้คืน”

  TOP  
          
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ชั้น 16 อาคาร 2 เลขที่ 63 ซอยทวีมิตร ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กทม. 10310