แนวปฏิบัติสำหรับผู้กู้ยืมที่ถูกดำเนินคดีในปี 2560 (ค้างชำระเกิน 4 ปี 5 งวด)

แนวปฏิบัติสำหรับผู้กู้ยืมที่ถูกดำเนินคดีในปี 2560 (ค้างชำระเกิน 4 ปี 5 งวด)

ขณะนี้กองทุนฯ ได้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีผู้กู้ยืม กยศ. และ กรอ. ที่ค้างชำระเกิน 4 ปี 5 งวด จึงขอแจ้งแนวปฏิบัติสำหรับผู้กู้ยืมที่ถูกดำเนินคดีในปี 2560 ดังนี้
 
1. กรณีผู้กู้ยืมจะให้ถอนฟ้อง ผู้กู้ยืมต้องดำเนินการดังนี้
      1.1 ชำระหนี้ปิดบัญชี พร้อมชำระค่าทนายความจำนวน 5,500 บาท ให้เสร็จสิ้นก่อนกำหนดวันที่ศาลนัดประมาณ 2 สัปดาห์ โดยหนี้เงินกู้ยืมให้ชำระที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลาม ส่วนค่าทนายความให้ชำระที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น โดยชำระผ่านระบบ teller payment CODE 9067 กรณีเป็นผู้กู้ยืม กรอ. ให้ชำระค่าทนายความผ่านระบบ teller payment CODE 92707
      1.2 กรณีเป็นผู้กู้ยืม กยศ. ให้ส่งหลักฐานใบเสร็จการชำระหนี้ปิดบัญชี กยศ. และใบเสร็จการชำระค่าทนายความ ให้แก่ บริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด (KTB LAW) หมายเลขโทรสาร 02-2613755 หมายเลขโทรศัพท์ 02-261-3739 ต่อ 8778 แต่หากเป็นผู้กู้ยืม กรอ. ให้ส่งหลักฐานการชำระหนี้และใบเสร็จค่าทนายความ ให้แก่ ฝ่ายคดีและบังคับคดี กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หมายเลขโทรสาร 02-016-4940 หมายเลขโทรศัพท์ 02-016-4888 ต่อ 550 – 587
 
2. กรณีผู้กู้ยืมไม่ขอให้ถอนฟ้อง ผู้กู้ยืมต้องดำเนินการ ดังนี้
      2.1 ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันทุกคนต้องไปตามที่ศาลนัดหมาย เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยและทำสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อความผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือน ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 9 ปี ในกรณีผู้ค้ำประกันไม่สามารถไปศาลได้ให้ทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนผู้ค้ำประกันที่ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่บรรลุนิติภาวะเป็นผู้กระทำการแทนได้  
      2.2 กรณีที่ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันไม่ไปตามที่ศาลนัด "ศาลจะสั่งพิพากษาฝ่ายเดียว" โดยให้ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันชำระหนี้ทั้งจำนวนภายใน 30 วัน นับแต่ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งหากผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา อาจถูกบังคับคดีตามกฎหมาย
.