การลดความล่าข้าของการโอนเงินค่าครองชีพและค่าเล่าเรียน

การลดความล่าข้าของการโอนเงินค่าครองชีพและค่าเล่าเรียน


ผู้กู้ยืมต้องดำเนินการ ดังนี้
1. ต้องดำเนินการในระบบ e-Studentloan ด้วยตนเอง รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลรวมถึงเอกสารของตนเองให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนยื่นสถานศึกษา
2. ตรวจสอบบัญชีธนาคารที่จะรับเงินค่าครองชีพให้มีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ มิได้ถูกระงับหรือถูกปิดไป เนื่องจากไม่มีความเคลื่อนไหวของบัญชี
   
สถานศึกษาต้องดำเนินการ ดังนี้
1. ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนด เพื่อไม่ต้องขยายระยะเวลา
2. ต้องดำเนินการในระบบ e-Studentloan ให้ครบทุกขั้นตอนและต้องตรวจสอบเอกสารการกู้ยืมของผู้กู้ยืมทุกราย ให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)
3. ต้องทยอยส่งเอกสารการกู้ยืมให้กับธนาคาร แทนการส่งจำนวนมากในคราวเดียว
4. หากธนาคารส่งเอกสารการกู้ยืมให้แก้ไข ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขและนำส่งธนาคารโดยเร็ว
5. ต้องตรวจสอบการจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้รับให้ถูกต้อง เช่น ต้องส่งเอกสารให้ธนาคาร มิใช่ส่งให้กองทุนซึ่งจะเกิดความล่าช้าในการส่งต่อ
6. ผู้มีอำนาจกระทำการแทนสถานศึกษาจะต้องลงลายมือชื่อในใบนำส่งเอกสาร (กยศ.107) ทุกครั้ง
7. เอกสารประกอบสัญญาของผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกัน เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร หรือสำเนาการเปลี่ยนแปลงชื่อ-สกุล (ถ้ามี) จะต้องมีความสมบูรณ์ (ไม่ชำรุด มองเห็นชัดเจน ไม่หมดอายุ) และจะต้องมีการลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ
8. ในกรณีเปลี่ยนแปลง/แก้ไข หรือเพิ่มเติมผู้มีอำนาจกระทำการแทนสถานศึกษาจะต้องเร่งดำเนินการจัดทำตัวอย่างลายมือชื่อตามแบบฟอร์ม และนำส่งให้ธนาคารโดยเร็ว
9. ตรวจสอบ e-mail ของสถานศึกษาที่ระบุในระบบ e-Studentloan เป็นประจำเพื่อทราบข้อมูลต่างๆ จากธนาคารได้ทันเวลา เช่น รายงานการโอนเงิน รายชื่อผู้กู้ที่ต้องแก้ไขเอกสารและนำส่งใหม่ เป็นต้น
.