การจ่ายเงินกู้ยืม
1. การโอนเงินค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา
การโอนค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาให้กับสถานศึกษา กองทุนจะโอนเข้าบัญชีของสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด
2. การโอนเงินค่าครองชีพ ให้กับผู้กู้ยืมเงิน
การโอนค่าครองชีพให้กับผู้กู้ยืมเงิน (เฉพาะผู้กู้ยืมเงินในลักษณะที่ 1- 3) กองทุนจะโอนค่าครองชีพเดือนแรกให้กับผู้กู้ยืมภายใน 30 วัน นับจากวันที่สถานศึกษายืนยันการลงนามแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมในระบบ และสถานศึกษาต้องจัดส่งเอกสารการกู้ยืมของผู้กู้ยืมเงินที่ถูกต้องและครบถ้วนให้ธนาคารโดยเร็ว หากธนาคารไม่ได้รับเอกสารการกู้ยืมดังกล่าวภายใน 30 วัน กองทุนจะชะลอการโอนเงินค่าครองชีพในเดือนที่ 2 จนกว่าธนาคารจะได้รับเอกสารและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร
สถานศึกษาที่ได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วมดำเนินงานกับกองทุนแล้ว ให้เปิดสมุดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์กับสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่กองทุนกำหนด (ธนาคารกรุงไทย และ/หรือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) เพื่อรับการโอนเงินค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และเพื่อรับการโอนเงินค่าใช้จ่ายในการบริหารงานกองทุนของสถานศึกษา รวม 2 บัญชี ดังนี้
(1) บัญชีเพื่อรับเงินค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา
บัญชีชื่อ “บัญชีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของ (ชื่อสถานศึกษา..... )”
(2) บัญชีรับการโอนเงินค่าใช้จ่ายในการบริหารงานกองทุนของสถานศึกษา
บัญชีชื่อ “บัญชีค่าใช้จ่ายในการบริหารงานกองทุนของ (ชื่อสถานศึกษา......)”
หลักฐานประกอบการเปิดบัญชี
1. เอกสารแสดงตนของผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่ายในนามของสถานศึกษา ดังนี้
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือ
- บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ/หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ/หรือรัฐวิสาหกิจ/หรือองค์การของรัฐโดยต้องเป็นบัตรที่มีเลขประจำตัวประชาชนด้วย หรือ
- หนังสือเดินทาง (Passport) ที่ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศ หรือใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ที่ระบุเลขประจำตัวประชาชน
2. หนังสืออนุมัติจัดตั้งสถานศึกษา
3. รายงานการประชุมคณะกรรมการให้สถานศึกษาเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารหรือหนังสือแสดงความประสงค์ขอเปิดบัญชีเงินฝาก และกำหนดผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่าย และเงื่อนไขในการสั่งจ่ายโดยผู้มีอำนาจลงนามประทับตรา