Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

กรณีลืมรหัสผ่าน (กรณีมีเลขบัตรประชาชน-พ่อ-แม่ ในทะเบียนราษฎร์)

  1. เข้า Website กองทุนฯ (www.studentloan.or.th)
  2. คลิกเมนู ระบบ e-studentloan -> นักเรียน/นักศึกษา
  3. คลิก ผู้ที่มีรหัสผ่านแล้ว
  4. คลิก Reset รหัสผ่าน
  5. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และสังเกตุตรง 3 ช่องสุดท้าย ให้เลือกกรอกข้อมูลข้อใดข้อหนึ่ง > คลิกยืนยัน หลังจากนั้นระบบจะขึ้นรหัสใหม่เป็นภาษาอังกฤษพิมพ์เล็กให้ผู้กู้จดรหัสผ่านไว้ > คลิก จบการทำงาน (ห้ามยืนยันซ้ำเพราะรหัสผ่านจะเปลี่ยนไป)

กรณีลืมรหัสผ่าน  (ไม่มีเลขบัตรประชาชนบิดา – มารดา ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์)
ผู้กู้จะไม่สามารถ Reset รหัสผ่านเองได้ เนื่องจากในทะเบียนบ้านในส่วนผู้ให้กำเนิดไม่มีข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชนบิดา-มารดา ซึ่งจะต้องติดต่ออำเภอหรือสำนักงานเขตพื้นที่ แจ้งเพิ่มเลขบัตรประจำตัวประชาชนบิดา - มารดา ในทะเบียนบ้าน เอกสารที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  1. สูติบัตรของผู้กู้
  2. ทะเบียนบ้านฉบับจริง
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนบิดา - มารดา
    หลังเพิ่มข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชน บิดา - มารดา เรียบร้อยแล้ว ให้ผู้กู้ติดต่อ กยศ.Call Center 0 2016 4888 กด 9 หรือแจ้งผ่าน mail info (หน้า website กองทุนฯ) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งเรื่องตรวจสอบในระบบทะเบียนราษฎร์อีกครั้ง รอประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นผู้กู้สามาถ Reset ได้ด้วยตัวเอง (คลิกดาวน์โหลดคู่มือการ Reset รหัสผ่านใหม่)

นักเรียน นักศึกษา ที่จะขอกู้ยืมผ่านระบบ e-studentloan เป็นครั้งแรก จะต้องทำรายการผ่านระบบออนไลน์ของกองทุนที่ www.studentloan.or.th โดยเข้าไปลงทะเบียนและขอรหัสผ่านล่วงหน้า (Pre-register) ก่อน ระบบจะทำการส่งข้อมูลให้กรมทะเบียนราษฎร์ตรวจสอบการมีตัวตนอยู่จริง (ใช้ระยะเวลา ประมาณ 1 วัน) จากนั้น เมื่อสถานศึกษารับผู้กู้ยืมเป็นนักเรียน นักศึกษาแล้ว ผู้กู้ยืมต้องยื่นแบบคำขอกู้ยืม ผ่านระบบ e-studentloan  ดำเนินรายการตามขั้นตอนการกู้ยืมอีกครั้ง

  • กรณีเงื่อนไขชำระหนี้เป็นรายเดือน จำนวนเงินที่จะถูกหักในแต่ละเดือนเป็นจำนวนเงินที่ระบุในสัญญาที่ผู้กู้ยืมได้ตกลง
  • กรณีเงื่อนไขชำระหนี้เป็นรายปี จำนวนเงินที่ต้องหักนำส่งชำระหนี้แต่ละเดือน คำนวนจากยอดชำระตามตารางผ่อนชำระหนี้รายปีของผู้กู้ยืมตามสัญญา 15 ปี โดยนำมาหารจ่ายรายเดือนก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้ 5 กรกฎาคมของปีถัดไป

เตรียมเอกสาร ดังต่อไปนี้

  1. แบบฟอร์ม กยศ. 204 (ดาวน์โหลดจาก Website ของกองทุนฯ)
  2. สำเนาบัตรประชาชน
  3. หนังสือรับรองการเป็นนักศึกษาจากสถานศึกษา
    (1-3 แนะนำให้สำเนาเก็บไว้ด้วย)
    **ส่งเอกสารที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือแฟกซ์ 02-2568198โทรยืนยันแฟกซ์ 02-2088699 หรือส่งเอกสารดังกล่าวไปที่บมจ.ธนาคารกรุงไทย ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ เลขที่ 10 อาคารสุขุมวิท ชั้น 14 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110**

**หมายเหตุ  ผู้กู้ไม่ต้องชำระหนี้แต่ให้ผู้กู้ยืมรายงานสถานภาพทางการศึกษาให้ธนาคารทราบทุกปีจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา หากกู้ผ่านก็ไม่ต้องรายงาน ทั้งสองกรณีนี้มันจะเลื่อนวันครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกออกไป หากไม่รายงานจะครบกำหนดชำระหนี้เมื่อไม่ต่อสัญญา 2 ปี

แบบรายงานสถานภาพ กยศ.204
https://www.studentloan.or.th/uploads/file_download/file/20161201/bflnpqswz246.pdf

หน่วยงานราชการที่มีการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ/ลูกจ้าง ผ่านระบบจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจำของกรมบัญชีกลาง (e-Payroll) กองทุนจะมีหนังสือแจ้งถึงหัวหน้าหน่วยงานได้ทราบว่าข้าราชการรายใดที่มีเกณฑ์ต้องถูกหักเงินเดือนนำส่งกองทุน และทางกองทุนจะแจ้งรายชื่อไปที่กรมบัญชีกลางเพื่อทำการหักส่งกรมสรรพากร  

 

ดอกเบี้ยจะน้อยลงกว่าการชำระเป็นรายปี (ลดต้น ลดดอก)

ดูได้จากสลิปเงินเดือนที่หน่วยงานต้นสังกัดออกให้

ยอดเงินที่หักรายเดือนจะไม่ลดลง เนื่องจากกองทุนได้มีการคำนวนหนี้เฉลี่ยรายปีไว้แล้ว ทั้งนี้ เงินที่ผู้กู้ได้มีการชำระเข้ามาจะนำไปตัดยอดเงินต้น ทำให้ผู้กู้ยืมสามารถปิดบัญชีได้เร็วกว่าอายุของสัญญา และช่วยลดดอกเบี้ยที่ต้องชำระได้อีกด้วย

ผู้บริหารสถานศึกษาต้องแจ้งการเสียชีวิตของผู้กู้ยืมทันทีที่ทราบให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทย / ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และส่งหลักฐานประกอบให้ธนาคารภายใน 7 วัน นับแต่วันที่แจ้งดังนี้

  1. สำเนาใบมรณะบัตร
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน (ประทับตราว่า “ตาย”)
  3. สำเนาบัตรประชาชนผู้กู้ยืม (ถ้ามี)

*สำเนาเอกสารทุกฉบับ ต้องรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้ที่แจ้ง และนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย และ/หรือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้กู้ยืม การหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้างไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมใดๆ

การขอผ่อนผันการชำระหนี้สามารถทำได้แต่จะต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ทางกองทุนฯ กำหนดไว้ คือ

1. เป็นผู้ไม่มีรายได้

2.เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 8,008 บาทต่อเดือน

3.เป็นผู้ประสบภัยพิบัติจาก อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัยจากธรรมชาติอื่นๆ รวมถึงภัยจากสงคราม หรือจลาจล ซึ่งทรัพย์สินได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

4.เป็นผู้มีรายได้ถดถอย หรือเป็นผู้ดูแลบุคคลในครอบครัว ชรา ป่วย พิการ  

หมายเหตุ :  ผู้กู้ยืมที่ประสงค์ขอผ่อนผันชำระหนี้จะต้องไม่มียอดหนี้ค้างชำระ โดยดาวน์โหลดแบบ กยศ. 202/58 และ กยศ.203/58 นำไป ยื่นที่ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือสำนักงานกองทุน ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ครบกำหนดชำระหนี้ แต่ละงวด (5 กรกฎาคมของทุกปี) หากผู้กู้ยืมเงินยังไม่ชำระและพ้นวันที่ครบกำหนดชำระไปแล้ว ผู้กู้ยืมเงินจะมีสถานะเป็นผู้ค้างชำระหนี้

กองทุนจะหักรายเดือนตามยอดปกติ หากผู้กู้ยืมมียอดค้างชำระเงินที่หักรายเดือนไปตัดในส่วนเบี้ยปรับค้างชำระ ดังนั้น ผู้กู้ยืมต้องดำเนินการชำระให้สถานะเป็นปกติก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเบี้ยปรับค้างชำระ

สำหรับหน่วยงานราชการ/หน่วยงานของรัฐ/รัฐวิสาหกิจ กองทุนจะเริ่มหักทยอยหักเงินเดือนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป
สำหรับหน่วยงานเอกชน กองทุนจะเริ่มดำเนินการในปี 2562 โดยเริ่มจากบริษัทที่มีขนาดใหญ่ก่อน และค่อยทยอยดำเนินการไปกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดกลางและขนาดเล็ก ตามลำดับ

ลูกหนี้ กยศ. ทุกคน ที่อยู่ในระบบการจ่ายเงินเดือน หากมีหนังสือจากกองทุนแจ้ง นายจ้างก็ต้องมีหน้าที่หักเงินเดือนตามกฎหมาย

กองทุนจะหักเงินเดือนผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชำระหนี้ปกติ กลุ่มผิดนัดชำระหนี้ กลุ่มไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องคดี และกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีแล้ว

ทางกองทุนอยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนายจ้างที่มีลูกจ้างรายวัน