Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย - การหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้าง

สำหรับในส่วนที่ผู้กู้ยืมชำระเพิ่มกองทุนฯ จะนำไปลดหนี้จากเงินต้นคงเหลือ จะทำให้ผู้กู้ยืมเสียดอกเบี้ยน้อยลงและหนี้หมดเร็วขึ้น แต่อัตรารายเดือนที่หักจะยังคงเป็นอัตราเดิม 

ผู้กู้ยืมสามารถปิดบัญชีได้ตลอดเวลา โดยติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทุกสาขา และขอให้ผู้กู้ยืมแจ้งการปิดบัญชีให้กองทุนรับทราบตามช่องทางที่กำหนดไว้ เพื่อความแน่ใจว่าผู้กู้ยืมจะไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการหักในรอบเดือนถัดไป

ส่งแบบเดียวกับที่หน่วยงานส่งภาษีเงินได้ไปยังกรมสรรพากร

กยศ.จะมีแบบฟอร์มให้องค์กรนายจ้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการหักเงินนำส่งกรมสรรพากร และจะมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยองค์กรนายจ้างอีกทางหนึ่ง

          ผู้กู้ยืมจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งที่เกี่ยวกับกองทุนที่ได้ออกใช้บังคับอยู่แล้วก่อนในวันทำสัญญานี้ และที่จะได้ออกใช้บังคับต่อไปในภายหน้า ให้ถือว่ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ด้วย (ตามข้อ 12  ของสัญญากู้ยืมเงิน กยศ.)  ซึ่งรวมถึงการยินยอมให้นายจ้างหักเงินเดือน

อย่างไรก็ตาม นายจ้างสามารถหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนได้ตามที่กองทุนแจ้งให้ทราบ เนื่องจากเป็นการหักเพื่อชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ตามมาตรา 76 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นอกจากนั้น ยังมีมาตรา 119 (2) ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ระบุว่า กรณีที่พนักงานหรือลูกจ้างทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย กฎหมายให้อำนาจนายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ก่อนที่ กยศ. จะแจ้งไปสามารถยังทำได้อยู่ แต่เมื่อใดที่ กยศ. แจ้งให้นายจ้างเริ่มดำเนินการหักเงินเดือน นายจ้างต้องมีหน้าที่หักเงินเดือนตามกฎหมาย

ลูกหนี้ กยศ. ทุกคน ที่อยู่ในระบบการจ่ายเงินเดือน หากมีหนังสือจากกองทุนแจ้ง นายจ้างก็ต้องมีหน้าที่หักเงินเดือนตามกฎหมาย

ให้นายจ้างแจ้งเหตุการลาออกในระบบจ่ายตรงเงินเดือนของกรมบัญชีกลาง หรือในระบบ e-PaySLF ของกรมสรรพกร แล้วแต่กรณี 

สำหรับลูกหนี้กองทุนฯ ที่ประกอบอาชีพอิสระ มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ด้วยตนเอง ผ่านช่องทางรับชำระหนี้ที่กองทุนฯ กำหนด ตามกำหนดระยะเวลาของสัญญา