Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

หลังจากได้รับหนังสือแจ้งให้หักเงินดือนของผู้กู้ยืมจากกองทุนฯ นายจ้างสามารถดำเนินการหักนำส่งเงินตามขั้นตอนต่อไปนี้

สมัครขอใช้ระบบ e-PaySLF

1. สมัครสมาชิกยื่นภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ภ.อ.01 ของกรมสรรพากร (E-Filing)

2. เพิ่มรายการนำส่ง กยศ.

ขั้นตอนการนำส่งเงิน

1. เข้าสู่ระบบ e-PaySLF เพื่อรับข้อมูลรายชื่อและจำนวนเงินที่ต้องหักจากระบบ

2. บันทึกรายการและจำนวนเงินที่หักได้เข้าสู่ระบบ

3. พิมพ์ชุดชำระ (Pay in slip) และนำไปชำระตามช่องทางที่กำหนด

ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาจากคู่มือแนะนำในระบบ

 

ตาม พ.ร.บ. กยศ. 2560 ในมาตรา 51 นายจ้างจะต้องรับผิดชดใช้เงินที่ต้องนำส่งและต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้นำส่ง ยกเว้นมีเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง

ให้ผู้กู้ยืมแจ้งยกเลิกการตัดชำระอัตโนมัติที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อมิให้มีการตัดยอดหนี้ช้ำซ้อนกับการหักเงินเดือน

การขอผ่อนผันการชำระหนี้สามารถทำได้แต่จะต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ทางกองทุนฯ กำหนดไว้ คือ

1. เป็นผู้ไม่มีรายได้

2.เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 8,008 บาทต่อเดือน

3.เป็นผู้ประสบภัยพิบัติจาก อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัยจากธรรมชาติอื่นๆ รวมถึงภัยจากสงคราม หรือจลาจล ซึ่งทรัพย์สินได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

4.เป็นผู้มีรายได้ถดถอย หรือเป็นผู้ดูแลบุคคลในครอบครัว ชรา ป่วย พิการ  

หมายเหตุ :  ผู้กู้ยืมที่ประสงค์ขอผ่อนผันชำระหนี้จะต้องไม่มียอดหนี้ค้างชำระ โดยดาวน์โหลดแบบ กยศ. 202/58 และ กยศ.203/58 นำไป ยื่นที่ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือสำนักงานกองทุน ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ครบกำหนดชำระหนี้ แต่ละงวด (5 กรกฎาคมของทุกปี) หากผู้กู้ยืมเงินยังไม่ชำระและพ้นวันที่ครบกำหนดชำระไปแล้ว ผู้กู้ยืมเงินจะมีสถานะเป็นผู้ค้างชำระหนี้

ผู้กู้ยืมที่ประกอบอาชีพอิสระต้องชำระหนี้ตามสัญญาด้วยวิธีการและช่องทางเดิม แต่เมื่อใดที่เปลี่ยนงานและมีนายจ้างก็จะต้องถูกหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้เช่นกัน 

กรณีผู้กู้ยืมที่มีงวดชำระเป็นรายปี จำนวนเงินที่จะถูกหักในแต่ละเดือนมาจากยอดเงินที่ต้องชำระในแต่ละปีมาเฉลี่ยเป็นรายเดือน กรณีผู้กู้ยืมที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน  จำนวนเงินที่จะถูกหักในแต่ละเดือนเป็นจำนวนเงินที่ระบุในสัญญาที่ผู้กู้ยืมได้ตกลง

 

คือวิธีการชำระหนี้เงินกู้ กยศ. หรือ กรอ. สำหรับผู้กู้ยืมที่มีนายจ้างซึ่งต้องยอมให้นายจ้างหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืน

 

การติดต่อกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ฝ่ายบริหารหนี้ สามารถติดต่อได้ที่ เลขที่ 89

อาคาร เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้น 5-6

ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 094-2126250 ถึง 79 (30 คู่สาย)

อีเมล : [email protected]

LINE : กยศ.หักเงินเดือน (ID : @slf-dpayroll)

องค์กรนายจ้างจะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนได้ต่อเมื่อกองทุนได้แจ้งต่อนายจ้างอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น โดยกองทุนจะแจ้งเป็นจดหมายในระยะแรก แต่ในอนาคตเมื่อระบบเชื่อมต่อก็สามารถแจ้งผ่าน Internet ได้  

ตาม พ.ร.บ. กยศ. มาตรา 51 ได้กำหนดลำดับการหักเงินเดือน ดังนี้
อันดับที่ 1 ภาษี ณ ที่จ่าย
อันดับที่ 2 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ประกันสังคม หรือกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
อันดับที่ 3 เงินกู้ กยศ.
ดังนั้นจึงต้องหักเงิน กยศ. ก่อนการอายัดเงินเดือนของกรมบังคับดคี โดยนายจ้างจะต้องแจ้งให้กรมบังคับคดีทราบ หากมีเงินไม่เพียงพอในการอายัดเงินของกรมบังคับคดี

คือหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรของพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืม กยศ. หรือ กรอ. ตามจำนวนที่กองทุนฯ แจ้งให้ทราบ และนำส่งกรมสรรพากร เพื่อชำระเงินหนี้เงินกู้ยืม 

ปัจจุบันนายจ้างสามารถประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ พ.ร.บ. กยศ. 2560 ให้บุคลากรและพนักงานใหม่ที่เป็นผู้กู้ยืม รับทราบว่าจะมีการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ กยศ.
หากพบว่ามีบุคลากรที่ค้างชำระหนี้ กยศ. ควรแจ้งให้ชำระหนี้ให้เป็นปกติ เนื่องจากจะทำให้นายจ้างหักเงินเดือนเพื่อนำส่งได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

นายจ้างต้องยื่นแบบทาง Internet นำส่งผ่านระบบสารสนเทศของกรมสรรพากร ภายในระยะเวลาการนำส่งภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

ใช้แบบฟอร์ม กยศ.108 (ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์กองทุนฯ) กรอกรายละเอียดให้ถูกต้อง พร้อมเอกสารแนบที่เกี่ยวข้อง เช่น

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  2. สำเนาหนังสือการเปลี่ยนชื่อ
  3. สำเนาทะเบียนบ้า
  4. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
    *สำเนาเอกสารทุกฉบับ ต้องรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้กู้ยืม และนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย และ/หรือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)
  1. เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ ตามพระราชบัญญัติบัตร
  2. ประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2542
  3. สมาชิกสภาเขต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร /
  4. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  5. หัวหน้าสถานศึกษาที่ผู้ขอกู้ยืมศึกษาอยู่

กยศ.จะมีแบบฟอร์มให้องค์กรนายจ้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการหักเงินนำส่งกรมสรรพากร และจะมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยองค์กรนายจ้างอีกทางหนึ่ง