Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

ก่อนที่ กยศ. จะแจ้งไปสามารถยังทำได้อยู่ แต่เมื่อใดที่ กยศ. แจ้งให้นายจ้างเริ่มดำเนินการหักเงินเดือน นายจ้างต้องมีหน้าที่หักเงินเดือนตามกฎหมาย

อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ตามสัญญากู้ยืมเดิม และการชำระหนี้ผ่านนายจ้างจะไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ  หมายความว่า เงินที่ผู้ยืมถูกหักจากเงินเดือนจะนำไปลดหนี้ทั้งจำนวน

 

สามารถชำระเพิ่มได้ ตามช่องทางการชำระเดิมที่กองทุนฯ เปิดให้บริการ

  1. เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ ตามพระราชบัญญัติบัตร
  2. ประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2542
  3. สมาชิกสภาเขต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร /
  4. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  5. หัวหน้าสถานศึกษาที่ผู้ขอกู้ยืมศึกษาอยู่

ใช้แบบฟอร์ม กยศ.108 (ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์กองทุนฯ) กรอกรายละเอียดให้ถูกต้อง พร้อมเอกสารแนบที่เกี่ยวข้อง เช่น

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  2. สำเนาหนังสือการเปลี่ยนชื่อ
  3. สำเนาทะเบียนบ้า
  4. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
    *สำเนาเอกสารทุกฉบับ ต้องรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้กู้ยืม และนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย และ/หรือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

1. เงินสด ชำระได้ที่สาขาของ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

2. ชำระโดยเช็คของธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยนำเช็คไปชำระยังสาขาที่เป็นผู้ออกเช็คนั้น

3. แคชเชียร์เช็คของทุกธนาคาร สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยนำแคชเชียร์เช็คไปชำระที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารออมสิน สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล ก่อน 14.00 น.

4. ตั๋วแลกเงิน (demand draft) นำไปชำระ ณ สาขาของธนาคารกรุงไทยก่อน 14.00 น.

5. KTB-Corporate Online

 

กองทุนฯ จะประสานงานกับหน่วยงานและดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้กู้ยืมทุกขั้นตอน โดย

1. กองทุนฯ แจ้งการหักเงินเดือนไปยังที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์ของผู้กู้ยืม

2. ผู้กู้ยืมตรวจสอบยอดค้างชำระ หากมียอดค้างชำระผู้กู้ยืมควรชำระให้เสร็จสิ้นก่อน เนื่องจากการหักเงินเดือนจะนำยอดซึ่งกำลังจะถึงกำหนดชำระมาดำเนินการเท่านั้น

ทั้งนี้ หากหน่วยงานของผู้กู้ยืมยังไม่เข้าสู่กระบวนการ ผู้กู้ยืมสามารถติดต่อยื่นความประสงค์โดยตรงมาที่กองทุนฯ เพื่อให้ประสานงานไปยังนายจ้างได้

 

ผู้กู้ยืมเงินที่ครบกำหนดชำระหนี้ทุกราย หากทำงานมีนายจ้างและได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรจะต้องเข้าสู่ระบบการหักชำระผ่านนายจ้างทุกราย

 
ธนาคารกรุงไทย KTB ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBANK)

1.ชำระโดยหักบัญชีเงินฝาก
- บัญชีเดียวกับที่ได้รับโอนเงินค่าครองชีพครั้งสุดท้ายหรือบัญชีออมทรัพย์อื่นที่ผู้กู้ยืม
ประสงค์ให้หักบัญชีเพื่อชำระหนี้โดยให้ถือว่าการบันทึกรายการในสมุดเงินฝากของ
ผู้กู้ยืมเงินเป็นหลักฐานการชำระหนี้

1. ชำระโดยหักบัญชีเงินฝาก
- บัญชีเดียวกับที่ได้รับโอนเงินค่าครองชีพครั้งสุดท้ายหรือบัญชีออมทรัพย์อื่นที่ผู้กู้ยืมประสงค์ให้หักบัญชีเพื่อชำระหนี้โดยให้ถือว่าการบันทึกรายการในสมุดเงินฝากของ
ผู้กู้ยืมเงินเป็นหลักฐานการชำระหนี้ 1
2. ชำระผ่านหน้าเคาน์เตอร์ของธนาคาร
- โดยให้ถือว่าใบรับเงินการชำระหนี้กองทุนฯ   เป็นหลักฐานการชำระหนี้ โดยระบุกองทุน
เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ชื่อ-สกุล เลขบัตรประชาชน จำนวนเงินที่ชำระ
และลงลายมือชื่อ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งให้ถือว่าใบรับเงินเพื่อชำระหนี้ เป็นหลักฐานการชำระหนี้
2. ชำระผ่านหน้าเคาน์เตอร์ของธนาคาร
- โดยให้ถือว่าใบรับเงินการชำระหนี้กองทุนฯ    เป็นหลักฐานการชำระหนี้ โดยระบุกองทุน
เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ชื่อ-สกุล เลขบัตรประชาชน จำนวนเงินที่ชำระ
และลงลายมือชื่อ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งให้ถือว่าใบรับเงินเพื่อชำระหนี้ เป็นหลักฐานการชำระหนี้
3. ชำระหนี้ทางตู้ ATM
- ใช้เลขบัตรประชาชนเป็นรหัสทำรายการ โดยให้ถือว่าสลิป ATM เป็นหลักฐานการ
ชำระหนี้
3. ชำระหนี้ทางตู้ ATM
- ใช้เลขบัตรประชาชนเป็นรหัสทำรายการ โดยให้ถือว่าสลิป ATM เป็นหลักฐานการ
ชำระหนี้
4. ชำระหนี้ทาง Internet ผ่าน KTB Online
- ผู้กู้ยืมสามารถสอบถามรายละเอียด วิธีการชำระหนี้ได้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ให้ถือว่า Statement ของบัญชีที่แจ้งความประสงค์ชำระหนี้ เป็นหลักฐานการชำระหนี้
 
5. ชำระหนี้ผ่านโทรศัพท์มือถือ
- ผู้กู้ยืมเงินต้องสมัครใช้บริการผ่านตู้ ATM KTB และสาขาของธนาคาร ให้ถือว่า
Statement ของบัญชีที่แจ้งความประสงค์ชำระหนี้ เป็นหลักฐานการชำระหนี้
 
6. ชำระหนี้ผ่านระบบกรุงไทย (Tele bank (1551)
- เป็นช่องทางที่ผู้กู้สามารถโทรศัพท์เข้ามาทำรายการหักบัญชีเงินฝากชำระหนี้ได้
โดยสามาระชำระหนี้มากกว่าหรือเท่ากับหรือน้อยกว่าจำนวนเงินก็ได้ ทั้งนี้ผู้กู้ต้อง
สมัครใช้บริการที่สาขาของธนาคารกรุงไทยที่ผู้กู้เปิดบัญชี
 

*ผู้กู้ยืมได้รับโอนเงินจากธนาคารใดต้องนำเงินไปชำระหนี้ที่ธนาคารนั้น

  • บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ผู้กู้ยืมจะต้องนำใบแจ้งหนี้ไปติดต่อบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัดและสามารถชำระหนี้ได้ภายในวันที่ที่ระบุในใบแจ้งหนี้เท่านั้น
  • บริษัทเคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ผู้กู้ยืมต้องนำใบแจ้งหนี้ไปติดต่อ บริษัทเคาน์เตอร์ เซอร์วิส จำกัดและชำระหนี้ได้ภายในวันที่ที่ระบุในแจ้งหนี้เท่านั้น โดยผู้กู้ยืมสามารชำระผ่านสาขาที่ให้บริการรับชำระเงินผ่านร้านสะดวกซื้อ (7-ELEVEN) และสาขาที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อรวม 9,300 สาขา
  • ชำระหนี้ด้วยรหัสการชำระเงิน (Barcode) ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสและไปรษณีย์ไทย ธนาคารไทยพานิชย์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

โดยผู้กู้ยืมสามารถพิมพ์รหัสการชำระเงิน (Barcode) ที่หน้าตรวจสอบยอดหนี้ของตนเองที่ผู้กู้ยืมทำสัญญาที่ www.studentloan.or.th เลือกตรวจสอบยอดหนี้ธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พิมพ์รหัสการชำระหนี้ Barcode (ค่าธรรมเนียมการชำระ 20 บาท)
*กรณีกลุ่มผู้กู้ยืมอื่นๆ นอกเหนือจาก ผู้กู้ยืมปกติ สัญญา 15 ปี จะไม่สามารถพิมพ์รหัสการชำระเงิน (Barcode) ได้

อ่านรายละเอียดช่องทางการชำระหนีัเพิ่มเติมได้ที่ https://www.studentloan.or.th/th/highlight/1548321901

ผู้กู้สามารถตรวจสอบยอดหนี้ด้วยตนเองได้ ดังนี้
กรณีทำสัญญากับธนาคารกรุงไทย  https://www.e-studentloan.ktb.co.th/STUDENT/jsp/ESLLand.jsp
กรณีทำสัญญากับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย https://www.e-studentloan.ibank.co.th/ESLLogin.do​

กรณีผู้กู้ยืมที่มีงวดชำระเป็นรายปี จำนวนเงินที่จะถูกหักในแต่ละเดือนมาจากยอดเงินที่ต้องชำระในแต่ละปีมาเฉลี่ยเป็นรายเดือน กรณีผู้กู้ยืมที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน  จำนวนเงินที่จะถูกหักในแต่ละเดือนเป็นจำนวนเงินที่ระบุในสัญญาที่ผู้กู้ยืมได้ตกลง

 

ตามกฎหมายไม่ระบุเงินเดือนขั้นต่ำ แต่ระบุให้นายจ้างมีหน้าที่หักตามจำนวนที่กองทุนแจ้ง กรณีที่ลูกหนี้รายใดสามารถหักได้ตามที่กองทุนแจ้ง ให้นายจ้างเป็นผู้หักเงินนำส่งกรมสรรพากร ส่วนลูกหนี้รายใดที่ไม่สามารถหักเงินเดือน เพื่อนำส่งกรมสรรพากรได้ ให้นายจ้างดำเนินการแจ้งข้อมูลลูกหนี้ดังกล่าวกลับมายังกองทุน เพื่อให้กองทุนพิจารณาเป็นรายกรณีต่อไป

การหักเงินเพื่อการชำระหนี้ กยศ. มีลำดับการหักที่ พ.ร.บ.กองทุน พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ซึ่งนายจ้างจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จะหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่เป็นไปตามลำดับที่กฎหมายกำหนดไม่ได้ กรณีจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ว่าเงินไม่เพียงพอ ส่วนการห้ามอายัดเงินลูกหนี้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,0000 บาทนั้น ไม่มีผลต่อการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. กองทุน พ.ศ. 2560

นายจ้างสามารถนำส่งรายชื่อของพนักงานทั้งหมดมาให้ กยศ. ตรวจสอบข้อมูลการเป็นผู้กู้ยืมได้ ตามอำนาจในพ.ร.บ. กยศ. มาตรา 45

กองทุนฯ มีนโยบายให้กู้ยืมกับนักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือศึกษาในสาขาที่เป็นความต้องการหลักและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ กรณีมีความประสงค์ขอกู้ยืมเงิน สามารถลงทะเบียนขอรหัสผ่านที่ Website ของกองทุนฯ

  1. กรอกแบบฟอร์มการขอกู้ยืมเงินใน Website ของกองทุนฯ ภายในระยะเวลาที่กองทุนฯกำหนด (ดูประกาศกำหนดเปิดระบบประมาณเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป)
  2. นักเรียน/นักศึกษา จะได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานศึกษาพิจารณา เนื่องจากกองทุนฯ ได้มอบอำนาจให้ทางสถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาในการกู้ยืมโดยตรง
  3. โปรดตรวจสอบเงื่อนไขการกู้ยืมที่หน้า Website ของกองทุนฯ เช่น เกรดเฉลี่ยสะสม ,ชั่วโมงจิตอาสา,รายได้ของครอบครัว เป็นต้น

ให้นายจ้างแจ้งผู้กู้ยืมกลุ่มดังกล่าวให้ติดต่อกองทุนฯ โดยตรง