Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

กองทุนจะระงับการเรียกให้ชำระหนี้ กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินพิการหรือทุพพลภาพ จนไม่สามารถประกอบการงานได้ โดยผู้กู้ยืมต้องแจ้งเรื่องขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ให้กองทุนพิจารณาตามหลักเกณฑ์
ผู้กู้ยืมต้องไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นผู้พิการหรือไม่ ถ้าได้รับมาแล้วให้นำใบรับรองแพทย์ไปทำบัตรคนพิการ หากอยู่ต่างจังหวัดให้ไปที่สำนักงานพัฒนาสังคมประจำจังหวัดที่ผู้กู้ยืมอยู่
ยื่นแบบฟอร์มหนังสือรับรองความสามารถการประกอบการงานของผู้พิการหรือทุพพลภาพ (กยศ.207) พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการ หนังสือรับรองแพทย์ที่เป็นปัจจุบัน โดยโรงพยาบาลระบุอาการความพิการโดยละเอียด

สามารถคลิกดาวน์โหลดขั้นตอนการกู้ยืมได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ https://www.studentloan.or.th/th/highlight/1546921466

ผู้กู้ยืมที่หยุดกู้ยืม แต่ยังคงศึกษาอยู่ จะต้องแจ้งสถานภาพการเป็นนักศึกษา ให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทย /ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ทราบทุกปีจนกว่าจะจบการศึกษา

ผู้กู้ยืมไม่มีเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาครั้งเดียวได้ ประสงค์จะผ่อนชำระ สามารถทำได้ตามความประสงค์ ในระหว่างที่กองทุนฯ ยังไม่ได้ดำเนินการบังคับคดี  แต่หากกองทุนดำเนินการบังคับคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย ผู้กู้ยืมต้องรับสภาพการบังคับคดีนั้นตามจำนวนหนี้ในคำพิพากษา

  1. ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่จบปริญญาตรี แต่ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญากู้ยืม  ให้ผู้กู้ยืมส่งหลักฐานการศึกษาว่าผู้กู้ยืมมีการศึกษาต่อเนื่องโดยไม่มีการเลิกศึกษา  และแจ้งให้กองทุนและบมจ.ธนาคารกรุงไทยทราบเพื่อปรับปรุงข้อมูลออกจากกลุ่มผู้ถูกดำเนินคดี
  2. ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่จบปริญญาตรี แต่ได้รับหมายศาล ให้ผู้กู้ยืมส่งหลักฐานการศึกษาว่าผู้กู้ยืมมีการศึกษาต่อเนื่องโดยไม่มีการเลิกศึกษา  และแจ้งให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยทราบเพื่อถอนฟ้อง
    ผู้กู้ยืมจะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อให้กองทุน และ/หรือ บมจ.ธนาคารกรุงไทย สามารถดำเนินการได้ทัน มิให้พ้นกำหนดระยะเวลาในหนังสือบอกเลิกสัญญากู้ยืม / พ้นกำหนดที่ศาลนัด

ผู้กู้ยืมสามารถดูรายละเอียดกำหนดการให้กู้ยืม ปีการศึกษา 2561 ได้ที่นี่ คลิก

  1. สถานศึกษายังมิได้จัดส่งเอกสารให้ธนาคาร หรือจัดส่งเอกสารให้ธนาคารแล้วแต่ธนาคารยังไม่ได้รับเอกสาร หรือจัดส่งเอกสารไปยังกองทุน ทำให้ธนาคารได้รับเอกสารล่าช้า
  2. ธนาคารได้รับเอกสารแล้วแต่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบทานความถูกต้อง หรือสอบทานแล้วแต่เอกสารไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน โดยสถานศึกษาจะต้องดำเนินการแก้ไขตาม Auto Mail ที่ธนาคารแจ้งให้ทราบและจัดส่งเอกสารให้ธนาคารสอบทานความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง หากธนาคารสอบทานความถูกต้องแล้วจึงจะโอนจ่ายเงินต่อไป หากเจ้าหน้าที่สถานศึกษามีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้รับ E-Mail ต้องแก้ไขรายชื่อผู้รับ E-Mail ในระบบ e-Studentloan ให้ถูกต้อง
  3. สถานศึกษาส่งเอกสารสัญญาให้ธนาคารแล้ว แต่ไม่ได้ส่งไฟล์ข้อมูลยืนยันการกู้ยืมเงิน หรือดำเนินการในระบบไม่ครบทุกขั้นตอน
  4. สถานศึกษาบางแห่งยังไม่ได้ส่งตัวอย่างลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนามให้ธนาคาร หรือลายมือชื่อผู้มีอำนาจผู้มีอำนาจของสถานศึกษาในสัญญาไม่ตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อในระบบ
  5. สถานศึกษาไม่ได้ดำเนินการในระบบ e-Audit ทำให้กองทุนสั่งระงับการโอนเงินค่าเล่าเรียนทั้งเงินกู้ กยศ. และ กรอ. เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้วกองทุนจะแจ้งยกเลิกการระงับการโอนเงินให้สถานศึกษาต่อไป
  6. ผู้กู้ยืม กรอ. ที่กู้เงินในส่วนของค่าครองชีพ ยังไม่ได้ส่งสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ให้ธนาคาร จึงไม่สามารถโอนเงินค่าครองชีพให้แก่ผู้กู้ยืมได้
  1. กองทุนได้ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การโอนเงินค่าครองชีพตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 โดยจะโอนเงินค่าครองชีพเดือนแรกให้แก่ผู้กู้ยืมจากวันที่ที่สถานศึกษาได้ยืนยันข้อมูลในระบบไปอีก 30 วัน และจะโอนเงินค่าครองชีพตั้งแต่เดือนที่ 2 เป็นต้นไปหากธนาคารได้รับเอกสารและสอบทานความถูกต้องแล้ว สำหรับการโอนเงินค่าครองชีพเดือนแรกของภาคเรียนที่ 2 นั้น ธนาคารจะโอนเงินเมื่อได้รับเอกสารของภาคเรียนที่ 1 เรียบร้อยแล้ว โดยนับจากวันที่ที่สถานศึกษาได้ยืนยันข้อมูลในระบบไปอีก 30 วัน
    หากธนาคารไม่ได้รับธนาคารไม่ได้รับเอกสารการกู้ยืมดังกล่าวภายใน 30 วัน กองทุนจะหยุดการโอนเงินค่าครองชีพของผู้กู้ยืมในเดือนที่ 2 เป็นต้นไป
  2. กองทุนได้กำหนดวันโอนจ่ายเงินกู้ กยศ. และ กรอ. ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ของสถานศึกษาที่เปิดการเรียนแบบ ASEAN ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560

ผู้ที่ทำสัญญาไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความก่อนฟ้อง แต่มีหมายศาลไปที่บ้าน
ขอให้ผู้กู้ยืมติดต่อ บริษัทกรุงไทยกฎหมายจำกัด หมายเลขโทรศัพท์ 0 2261 3811 เพื่อส่งสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความที่ได้ทำไว้กับกองทุน  พร้อมรายละเอียดชื่อ สกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน (ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและลงนามรับรองความถูกต้องของเอกสารด้วย)  ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้  โดยบริษัทฯ จะตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการถอนฟ้องให้ต่อไป  สำหรับการถอนฟ้องกรณีดังกล่าว ผู้กู้ยืมไม่ต้องชำระเงินค่าทนายความแต่อย่างใด

ผู้กู้ยืมจะต้องยกเลิกแบบคำขอกู้ยืมผ่านระบบออนไลน์ก่อน จึงจะยื่นขอกู้ยืมใหม่ได้  แต่ถ้าสถานศึกษานั้นๆ มีการบันทึกกรอบวงเงินและอนุมัติสัญญาแล้ว สถานศึกษาเก่าต้องยกเลิกสัญญากู้ยืมผ่านระบบ e-Studentloan  และส่งแบบยกเลิกสัญญาให้กับธนาคารในปีนั้นๆ  แล้ว จึงสามารถขอยื่นกู้ยืม ณ สถานศึกษาแห่งใหม่ โดยไม่เสียสิทธิการกู้ในปีนั้น

ผู้กู้ยืมสามารถคำนวณระยะเวลาเองได้  ตัวอย่างเช่น ผู้กู้ยืมเรียนปีสุดท้ายปีการศึกษา 2558 (ปีการศึกษา 2558 มีระยะเวลาประมาณเดือนพฤษภาคม 58 – เมษายน 59)  และมีระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี ดังนั้น ผู้กู้ยืมจะครบกำหนดชำระหนี้ในปี 2561 (5 กรกฎาคม 2561)

ในกรณีที่ผู้กู้ยืมทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้จะต้องแจ้งเรื่องขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย / ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย / กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยผู้กู้ยืมต้องแนบหลักฐาน ดังนี้

  1. สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการที่ไม่หมดอายุ
  2. ใบรับรองแพทย์ที่เป็นปัจจุบัน โดยให้แพทย์บรรยายรายละเอียดของความพิการที่เป็นอยู่โดยโรงพยาบาล และไม่เกิน 90 วัน (ใช้ฉบับ จริง)
  3. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ยืม
  4. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกันทุกคน
  5. สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน กยศ./กรอ. (ถ้ามี)
  6. หนังสือรับรองความสามารถประกอบการงานของผู้พิการ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการที่รับรองความสามารถฯ
    โดยกองทุนฯ จะได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ เพื่อทำการระงับการเรียกให้ชำระหนี้ต่อไป

คือวิธีการชำระหนี้เงินกู้ กยศ. หรือ กรอ. สำหรับผู้กู้ยืมที่มีนายจ้างซึ่งต้องยอมให้นายจ้างหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืน