Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

ผู้กู้ยืมที่ประกอบอาชีพอิสระต้องชำระหนี้ตามสัญญาด้วยวิธีการและช่องทางเดิม แต่เมื่อใดที่เปลี่ยนงานและมีนายจ้างก็จะต้องถูกหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้เช่นกัน 

กรณีผู้กู้ยืมที่มีงวดชำระเป็นรายปี จำนวนเงินที่จะถูกหักในแต่ละเดือนมาจากยอดเงินที่ต้องชำระในแต่ละปีมาเฉลี่ยเป็นรายเดือน กรณีผู้กู้ยืมที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน  จำนวนเงินที่จะถูกหักในแต่ละเดือนเป็นจำนวนเงินที่ระบุในสัญญาที่ผู้กู้ยืมได้ตกลง

 

           1. นายจ้างมีหน้าที่ในการหักเงินเดือนพนักงานและลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืม กยศ. เพื่อนำส่งกรมสรรพากรภายในกำหนดระยะเวลานำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด 
           2. กรณีที่นายจ้างไม่ได้หักเงิน หรือหักแต่ไม่ได้นำส่ง หรือนำส่งแต่ไม่ครบตามจำนวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบ หรือหักและนำส่งเกินกำหนดระยะเวลา นายจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินที่ต้องดำเนินการหักนำส่งและจ่ายเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของจำนวนเงินดังกล่าว ยกเว้นมีเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นไม่สามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขดังกล่าว ขอให้แจ้งเหตุผลความจำเป็นให้กองทุนพิจารณาเป็นรายกรณีไป

สามารถชำระเพิ่มได้ ตามช่องทางการชำระเดิมที่กองทุนฯ เปิดให้บริการ

คือหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรของพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืม กยศ. หรือ กรอ. ตามจำนวนที่กองทุนฯ แจ้งให้ทราบ และนำส่งกรมสรรพากร เพื่อชำระเงินหนี้เงินกู้ยืม 

องค์กรนายจ้างจะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนได้ต่อเมื่อกองทุนได้แจ้งต่อนายจ้างอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น โดยกองทุนจะแจ้งเป็นจดหมายในระยะแรก แต่ในอนาคตเมื่อระบบเชื่อมต่อก็สามารถแจ้งผ่าน Internet ได้  

ตาม พ.ร.บ. กยศ. 2560 ในมาตรา 51 นายจ้างจะต้องรับผิดชดใช้เงินที่ต้องนำส่งและต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินที่ยังไม่ได้นำส่ง ยกเว้นมีเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง

ให้ผู้กู้ยืมแจ้งยกเลิกการตัดชำระอัตโนมัติที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อมิให้มีการตัดยอดหนี้ช้ำซ้อนกับการหักเงินเดือน

ใช้แบบฟอร์ม กยศ.108 (ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์กองทุนฯ) กรอกรายละเอียดให้ถูกต้อง พร้อมเอกสารแนบที่เกี่ยวข้อง เช่น

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  2. สำเนาหนังสือการเปลี่ยนชื่อ
  3. สำเนาทะเบียนบ้า
  4. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
    *สำเนาเอกสารทุกฉบับ ต้องรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้กู้ยืม และนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย และ/หรือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

ตาม พ.ร.บ. กยศ. มาตรา 51 ได้กำหนดลำดับการหักเงินเดือน ดังนี้
อันดับที่ 1 ภาษี ณ ที่จ่าย
อันดับที่ 2 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ประกันสังคม หรือกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
อันดับที่ 3 เงินกู้ กยศ.
ดังนั้นจึงต้องหักเงิน กยศ. ก่อนการอายัดเงินเดือนของกรมบังคับดคี โดยนายจ้างจะต้องแจ้งให้กรมบังคับคดีทราบ หากมีเงินไม่เพียงพอในการอายัดเงินของกรมบังคับคดี

คือวิธีการชำระหนี้เงินกู้ กยศ. หรือ กรอ. สำหรับผู้กู้ยืมที่มีนายจ้างซึ่งต้องยอมให้นายจ้างหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืน

 

ปัจจุบันนายจ้างสามารถประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ พ.ร.บ. กยศ. 2560 ให้บุคลากรและพนักงานใหม่ที่เป็นผู้กู้ยืม รับทราบว่าจะมีการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ กยศ.
หากพบว่ามีบุคลากรที่ค้างชำระหนี้ กยศ. ควรแจ้งให้ชำระหนี้ให้เป็นปกติ เนื่องจากจะทำให้นายจ้างหักเงินเดือนเพื่อนำส่งได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

นายจ้างต้องยื่นแบบทาง Internet นำส่งผ่านระบบสารสนเทศของกรมสรรพากร ภายในระยะเวลาการนำส่งภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

  1. เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ ตามพระราชบัญญัติบัตร
  2. ประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2542
  3. สมาชิกสภาเขต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร /
  4. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  5. หัวหน้าสถานศึกษาที่ผู้ขอกู้ยืมศึกษาอยู่

          ผู้กู้ยืมจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งที่เกี่ยวกับกองทุนที่ได้ออกใช้บังคับอยู่แล้วก่อนในวันทำสัญญานี้ และที่จะได้ออกใช้บังคับต่อไปในภายหน้า ให้ถือว่ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ด้วย (ตามข้อ 12  ของสัญญากู้ยืมเงิน กยศ.)  ซึ่งรวมถึงการยินยอมให้นายจ้างหักเงินเดือน

อย่างไรก็ตาม นายจ้างสามารถหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนได้ตามที่กองทุนแจ้งให้ทราบ เนื่องจากเป็นการหักเพื่อชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ตามมาตรา 76 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นอกจากนั้น ยังมีมาตรา 119 (2) ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ระบุว่า กรณีที่พนักงานหรือลูกจ้างทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย กฎหมายให้อำนาจนายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

กยศ.จะมีแบบฟอร์มให้องค์กรนายจ้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการหักเงินนำส่งกรมสรรพากร และจะมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยองค์กรนายจ้างอีกทางหนึ่ง