Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

ผู้กู้ยืมต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ออกบังคับใช้ ซึ่งผู้กู้ยืมได้ให้ความยินยอมในสัญญากู้ยืมแล้ว และ พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ได้กำหนดไว้ใน มาตรา 51 ให้นายจ้างมีหน้าที่หักเงินเดือนของผู้กู้ยืมเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนฯ

 

กยศ.จะมีหนังสือแจ้งมายืนยันว่าพนักงานเป็นผู้กู้ และเป็นหน้าที่ของนายจ้างที่ต้องหักเงินเดือนนำส่ง กยศ.

ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 กำหนดให้หน่วยงานซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรมีหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินของผู้กู้ยืมเงินซึ่งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนตามจำนวนที่กองทุนฯ แจ้งให้ทราบ หากหน่วยงานไม่ดำเนินการจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละสองต่อเดือนจากยอดเงินที่ต้องนำส่ง

 

หลังจากได้รับหนังสือแจ้งให้หักเงินดือนของผู้กู้ยืมจากกองทุนฯ นายจ้างสามารถดำเนินการหักนำส่งเงินตามขั้นตอนต่อไปนี้

สมัครขอใช้ระบบ e-PaySLF

1. สมัครสมาชิกยื่นภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ภ.อ.01 ของกรมสรรพากร (E-Filing)

2. เพิ่มรายการนำส่ง กยศ.

ขั้นตอนการนำส่งเงิน

1. เข้าสู่ระบบ e-PaySLF เพื่อรับข้อมูลรายชื่อและจำนวนเงินที่ต้องหักจากระบบ

2. บันทึกรายการและจำนวนเงินที่หักได้เข้าสู่ระบบ

3. พิมพ์ชุดชำระ (Pay in slip) และนำไปชำระตามช่องทางที่กำหนด

ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาจากคู่มือแนะนำในระบบ

 

กยศ.จะมีแบบฟอร์มให้องค์กรนายจ้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการหักเงินนำส่งกรมสรรพากร และจะมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยองค์กรนายจ้างอีกทางหนึ่ง

ผู้กู้ยืมสามารถปิดบัญชีได้ตลอดเวลา โดยติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทุกสาขา และขอให้ผู้กู้ยืมแจ้งการปิดบัญชีให้กองทุนรับทราบตามช่องทางที่กำหนดไว้ เพื่อความแน่ใจว่าผู้กู้ยืมจะไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการหักในรอบเดือนถัดไป

ลูกหนี้ กยศ. ทุกคน ที่อยู่ในระบบการจ่ายเงินเดือน หากมีหนังสือจากกองทุนแจ้ง นายจ้างก็ต้องมีหน้าที่หักเงินเดือนตามกฎหมาย

หน่วยงานราชการที่มีการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ/ลูกจ้าง ผ่านระบบจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจำของกรมบัญชีกลาง (e-Payroll) กองทุนจะมีหนังสือแจ้งถึงหัวหน้าหน่วยงานได้ทราบว่าข้าราชการรายใดที่มีเกณฑ์ต้องถูกหักเงินเดือนนำส่งกองทุน และทางกองทุนจะแจ้งรายชื่อไปที่กรมบัญชีกลางเพื่อทำการหักส่งกรมสรรพากร  

 

ขอเรียนว่า กองทุนมีวัตถุประสงค์สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้วยการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในลักษณะต่างๆ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จนถึงระดับปริญญาตรี เป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ ไม่เกินขอบเขตการให้เงินกู้ยืมที่กองทุนกำหนด ซึ่งนักเรียน/นักศึกษาที่จะกู้ยืมเงินดังกล่าว จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎ ระเบียบ ประกาศและหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่กองทุนกำหนด

ทั้งนี้ ขอให้ศึกษาข้อมูลการกู้ยืมเงินลักษณะต่างๆจากเว็บไซต์ของกองทุน ที่ www.studentloan.or.th

องค์กรนายจ้างจะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนได้ต่อเมื่อกองทุนได้แจ้งต่อนายจ้างอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น โดยกองทุนจะแจ้งเป็นจดหมายในระยะแรก แต่ในอนาคตเมื่อระบบเชื่อมต่อก็สามารถแจ้งผ่าน Internet ได้  

ผู้กู้ยืมที่มีนายจ้างและได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) จะต้องถูกหักเงินเดือนทุกท่าน เพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืม

 

การติดต่อกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ฝ่ายบริหารหนี้ สามารถติดต่อได้ที่ เลขที่ 89

อาคาร เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้น 5-6

ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 094-2126250 ถึง 79 (30 คู่สาย)

อีเมล : [email protected]

LINE : กยศ.หักเงินเดือน (ID : @slf-dpayroll)

- ฟรีค่าธรรมเนียม

- ประหยัดเวลา

- ป้องกันการผิดนัดชำระหนี้ และไม่ทำให้เสียเบี้ยปรับ

- เป็นผู้ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับรุ่นน้อง

 

ผู้กู้ยืมที่ประกอบอาชีพอิสระต้องชำระหนี้ตามสัญญาด้วยวิธีการและช่องทางเดิม แต่เมื่อใดที่เปลี่ยนงานและมีนายจ้างก็จะต้องถูกหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้เช่นกัน 

นายจ้างต้องยื่นแบบทาง Internet นำส่งผ่านระบบสารสนเทศของกรมสรรพากร ภายในระยะเวลาการนำส่งภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

ผู้บริหารสถานศึกษาต้องแจ้งการเสียชีวิตของผู้กู้ยืมทันทีที่ทราบ ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่แจ้ง พร้อมแนบหลักฐานดังนี้

  1. สำเนาใบมรณะบัตร 
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน (ประทับตราว่า “ตาย”)
  3. สำเนาบัตรประชาชนผู้กู้ยืม (ถ้ามี)
    *สำเนาเอกสารทุกฉบับ ต้องรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้ที่แจ้ง และนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย และ/หรือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)
    **โดยกองทุนฯจะได้ทำการตรวจสอบและพิจารณา
    ระงับหนี้ เฉพาะในส่วนที่มีการโอนเงินให้กับผู้กู้ยืมก่อนที่จะเสียชีวิต แต่หากเป็นกรณีที่มีเงินโอนให้กับผู้กู้ยืมหลังจากวันที่ผู้กู้ยืมเสียชีวิต ทายาท/ผู้ปกครอง/ผู้ค้ำประกัน มีหน้าที่ที่จะต้องส่งเงินจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่กองทุนฯ ต่อไป