Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

กรณีที่ 1 นายจ้างไม่สามารถหักและนำส่งผ่านระบบ e-Payslf  ให้นายจ้างแจ้งเป็นหนังสือขอเลื่อนการนำส่งเงินให้กองทุนฯ ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่กองทุนฯ แจ้งข้อมูลผู้กู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Payslf โดยกองทุนฯ จะขยายระยะเวลาให้ไม่เกิน 90 วัน

กรณีที่ 2 นายจ้างไม่สามารถหักเงินของผู้กู้ยืมบางรายได้  ให้นายจ้างนำส่งรายชื่อและจำนวนเงินของรายที่หักได้ พร้อมแจ้งรายละเอียดสำหรับรายที่ไม่สามารถหักได้ โดยต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้

 

- ผู้กู้ยืมลาออก ถูกปลดออก ไล่ออก หรือโอนย้าย 

- ผู้กู้ยืมมีรายได้คงเหลือไม่พอหักเงินเพื่อชำระหนี้ (หลังหักรายการตามกฎหมาย)

- ผู้กู้ยืมลาโดยไม่ได้รับเงินเดือน 

- ผู้กู้ยืมได้รับโทษทางวินัยไม่ได้รับเงินเดือน 

- ผู้กู้ยืมเสียชีวิต 

- ผู้กู้ยืมชำระหนี้เสร็จสิ้น 

- ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างการศึกษา

- ผู้กู้ยืมไม่เป็นพนักงาน/ลูกจ้างของหน่วยงาน

- ผู้กู้ยืมมีสถานะพักการจ้างโดยไม่ได้รับเงินเดือน

เมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ให้นายจ้างนำส่งเงินเป็น 0 บาท เว้นแต่เข้าเงื่อนไข “ผู้กู้ยืมมีรายได้คงเหลือไม่พอหักเงินเพื่อชำระหนี้ (หลังหักรายการตามกฎหมาย)” กรณีนี้ให้นายจ้างหักนำส่งเท่าจำนวนที่สามารถหักนำส่งได้จริง

 

คือวิธีการชำระหนี้เงินกู้ กยศ. หรือ กรอ. สำหรับผู้กู้ยืมที่มีนายจ้างซึ่งต้องยอมให้นายจ้างหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืน

 

ให้นายจ้างแจ้งผู้กู้ยืมกลุ่มดังกล่าวให้ติดต่อกองทุนฯ โดยตรง

สำหรับในส่วนที่ผู้กู้ยืมชำระเพิ่มกองทุนฯ จะนำไปลดหนี้จากเงินต้นคงเหลือ จะทำให้ผู้กู้ยืมเสียดอกเบี้ยน้อยลงและหนี้หมดเร็วขึ้น แต่อัตรารายเดือนที่หักจะยังคงเป็นอัตราเดิม 

สามารถทำได้โดยการติดต่อกลับมาที่กองทุน โดยกองทุนจะดำเนินการปรับปรุงยอดชำระหนี้ให้

นายจ้างจะหักเงินเดือนของผู้กู้ยืมเพื่อชำระหนี้กองทุนฯ จนกว่าจะเสร็จสิ้นตามจำนวนเงินในสัญญา

 

ให้ผู้กู้ยืมแจ้งยกเลิกการตัดชำระอัตโนมัติที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อมิให้มีการตัดยอดหนี้ช้ำซ้อนกับการหักเงินเดือน

           1. นายจ้างมีหน้าที่ในการหักเงินเดือนพนักงานและลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืม กยศ. เพื่อนำส่งกรมสรรพากรภายในกำหนดระยะเวลานำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด 
           2. กรณีที่นายจ้างไม่ได้หักเงิน หรือหักแต่ไม่ได้นำส่ง หรือนำส่งแต่ไม่ครบตามจำนวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบ หรือหักและนำส่งเกินกำหนดระยะเวลา นายจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินที่ต้องดำเนินการหักนำส่งและจ่ายเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของจำนวนเงินดังกล่าว ยกเว้นมีเหตุผลที่ไม่ใช่ความผิดของนายจ้าง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นไม่สามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขดังกล่าว ขอให้แจ้งเหตุผลความจำเป็นให้กองทุนพิจารณาเป็นรายกรณีไป

กรณียังไม่เคยสมัครสมาชิก นายจ้างต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.rd.go.th คลิกไปที่ >> ยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต >>

 ยื่นแบบภาษีประเภทอื่น >> สมัครสมาชิก >> กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนพร้อมยื่นเอกสารที่กรมสรรพากร

 

พ.ร.บ.กองทุน พ.ศ. 2560 จะบูรณาการทั้งหมด โดยให้อำนาจกองทุนสามารถขอข้อมูลส่วนบุคคลของลูกหนี้ กยศ. เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ จากหน่วยงานต่างๆ ได้ รวมถึงการบังคับคดี จากเดิมการบังคับคดีของลูกหนี้ที่อยู่ในขั้นตอนดำเนินการสืบทรัพย์ของลูกหนี้ ซึ่งกองทุนต้องใช้เงินในการจ้างติดตามสืบทรัพย์จำนวนมาก แต่ พ.ร.บ. กองทุน พ.ศ. 2560 สามารถส่งข้อมูลของลูกหนี้ให้กับกรมที่ดิน ตรวจสอบการถือครองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ จากการบูรณาการนี้ทำให้รัฐสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก และทำให้กองทุนดำเนินการได้โดยมีข้อจำกัดที่น้อยลง ทำให้ติดตามหนี้ได้คืนมากขึ้น และไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐต่อไป

อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ตามสัญญากู้ยืมเดิม และการชำระหนี้ผ่านนายจ้างจะไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ  หมายความว่า เงินที่ผู้ยืมถูกหักจากเงินเดือนจะนำไปลดหนี้ทั้งจำนวน

 

ตาม พ.ร.บ. กยศ. มาตรา 51 ได้กำหนดลำดับการหักเงินเดือน ดังนี้
อันดับที่ 1 ภาษี ณ ที่จ่าย
อันดับที่ 2 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ประกันสังคม หรือกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
อันดับที่ 3 เงินกู้ กยศ.
ดังนั้นจึงต้องหักเงิน กยศ. ก่อนการอายัดเงินเดือนของกรมบังคับดคี โดยนายจ้างจะต้องแจ้งให้กรมบังคับคดีทราบ หากมีเงินไม่เพียงพอในการอายัดเงินของกรมบังคับคดี

นักเรียน นักศึกษา สามารถดาวน์โหลดขั้นตอนการกู้ยืมได้ตามลิงค์นี้ https://www.studentloan.or.th/th/highlight/1546921466

นายจ้างต้องยื่นแบบทาง Internet นำส่งผ่านระบบสารสนเทศของกรมสรรพากร (e-PaySLF) ภายในระยะเวลาการนำส่งภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

หลังจากนายจ้างได้รับหนังสือจากกองทุนแจ้งให้หักเงินเดือนของผู้กู้ยืม นายจ้างสามารถดำเนินการหักนำส่งเงินตามขั้นตอนต่อไปนี้

สมัครขอใช้ระบบ e-PaySLF

1. สมัครสมาชิกยื่นภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ภ.อ.01 ของกรมสรรพากร (E-Filing)

2. เพิ่มรายการนำส่ง กยศ.

ขั้นตอนการนำส่งเงิน

1. เข้าสู่ระบบ e-PaySLF เพื่อรับข้อมูลรายชื่อและจำนวนเงินที่ต้องหักจากระบบ

2. บันทึกรายการและจำนวนเงินที่หักได้เข้าสู่ระบบ

3. พิมพ์ชุดชำระ (Pay in slip) และนำไปชำระตามช่องทางที่กำหนด

ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาจากคู่มือแนะนำในระบบ

 

ปัจจุบันนายจ้างสามารถประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ พ.ร.บ. กยศ. 2560 ให้บุคลากรและพนักงานใหม่ที่เป็นผู้กู้ยืม รับทราบว่าจะมีการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ กยศ.
หากพบว่ามีบุคลากรที่ค้างชำระหนี้ กยศ. ควรแจ้งให้ชำระหนี้ให้เป็นปกติ เนื่องจากจะทำให้นายจ้างหักเงินเดือนเพื่อนำส่งได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

สำหรับลูกหนี้กองทุนฯ ที่ประกอบอาชีพอิสระ มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ด้วยตนเอง ผ่านช่องทางรับชำระหนี้ที่กองทุนฯ กำหนด ตามกำหนดระยะเวลาของสัญญา