Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

ผู้กู้ยืมเงินที่ครบกำหนดชำระหนี้ทุกราย หากทำงานมีนายจ้างและได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรจะต้องเข้าสู่ระบบการหักชำระผ่านนายจ้างทุกราย

กองทุนจะหักรายเดือนตามยอดปกติ หากผู้กู้ยืมมียอดค้างชำระเงินที่หักรายเดือนไปตัดในส่วนเบี้ยปรับค้างชำระ ดังนั้น ผู้กู้ยืมต้องดำเนินการชำระให้สถานะเป็นปกติก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเบี้ยปรับค้างชำระ

นายจ้างสามารถนำส่งรายชื่อของพนักงานทั้งหมดมาให้ กยศ. ตรวจสอบข้อมูลการเป็นผู้กู้ยืมได้ ตามอำนาจในพ.ร.บ. กยศ. มาตรา 45

ตามกฎหมายไม่ระบุเงินเดือนขั้นต่ำ แต่ระบุให้นายจ้างมีหน้าที่หักตามจำนวนที่กองทุนแจ้ง กรณีที่ลูกหนี้รายใดสามารถหักได้ตามที่กองทุนแจ้ง ให้นายจ้างเป็นผู้หักเงินนำส่งกรมสรรพากร ส่วนลูกหนี้รายใดที่ไม่สามารถหักเงินเดือน เพื่อนำส่งกรมสรรพากรได้ ให้นายจ้างดำเนินการแจ้งข้อมูลลูกหนี้ดังกล่าวกลับมายังกองทุน เพื่อให้กองทุนพิจารณาเป็นรายกรณีต่อไป

กรณีผู้กู้ยืมที่มีงวดชำระเป็นรายปี จำนวนเงินที่จะถูกหักในแต่ละเดือนมาจากยอดเงินที่ต้องชำระในแต่ละปีมาเฉลี่ยเป็นรายเดือน กรณีผู้กู้ยืมที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน  จำนวนเงินที่จะถูกหักในแต่ละเดือนเป็นจำนวนเงินที่ระบุในสัญญาที่ผู้กู้ยืมได้ตกลง

 

นายจ้างจะหักเงินเดือนของผู้กู้ยืมเพื่อชำระหนี้กองทุนฯ จนกว่าจะเสร็จสิ้นตามจำนวนเงินในสัญญา

 

ส่งแบบเดียวกับที่หน่วยงานส่งภาษีเงินได้ไปยังกรมสรรพากร

ลูกหนี้ กยศ. ทุกคน ที่อยู่ในระบบการจ่ายเงินเดือน หากมีหนังสือจากกองทุนแจ้ง นายจ้างก็ต้องมีหน้าที่หักเงินเดือนตามกฎหมาย

ให้นายจ้างแจ้งผู้กู้ยืมกลุ่มดังกล่าวให้ติดต่อกองทุนฯ โดยตรง

กองทุนฯ จะประสานงานกับหน่วยงานและดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้กู้ยืมทุกขั้นตอน โดย

1. กองทุนฯ แจ้งการหักเงินเดือนไปยังที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์ของผู้กู้ยืม

2. ผู้กู้ยืมตรวจสอบยอดค้างชำระ หากมียอดค้างชำระผู้กู้ยืมควรชำระให้เสร็จสิ้นก่อน เนื่องจากการหักเงินเดือนจะนำยอดซึ่งกำลังจะถึงกำหนดชำระมาดำเนินการเท่านั้น

ทั้งนี้ หากหน่วยงานของผู้กู้ยืมยังไม่เข้าสู่กระบวนการ ผู้กู้ยืมสามารถติดต่อยื่นความประสงค์โดยตรงมาที่กองทุนฯ เพื่อให้ประสานงานไปยังนายจ้างได้

 

  1. เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ ตามพระราชบัญญัติบัตร
  2. ประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2542
  3. สมาชิกสภาเขต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร /
  4. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
  5. หัวหน้าสถานศึกษาที่ผู้ขอกู้ยืมศึกษาอยู่

สามารถชำระเพิ่มได้ ตามช่องทางการชำระเดิมที่กองทุนฯ เปิดให้บริการ

ใช้แบบฟอร์ม กยศ.108 (ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์กองทุนฯ) กรอกรายละเอียดให้ถูกต้อง พร้อมเอกสารแนบที่เกี่ยวข้อง เช่น

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  2. สำเนาหนังสือการเปลี่ยนชื่อ
  3. สำเนาทะเบียนบ้า
  4. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
    *สำเนาเอกสารทุกฉบับ ต้องรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้กู้ยืม และนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย และ/หรือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)

หักเป็นเงินจำนวนที่แน่นอน ตามจำนวนและเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญากู้ยืมเงินหรือข้อตกลงอื่น

กองทุนจะหักเงินเดือนผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชำระหนี้ปกติ กลุ่มผิดนัดชำระหนี้ กลุ่มไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องคดี และกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีแล้ว