Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ที่ทำสัญญาไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความก่อนฟ้อง แต่มีหมายศาลไปที่บ้าน ขอให้ผู้กู้ยืมติดต่อ บริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด หมายเลขโทรศัพท์ 0 2261 3811 เพื่อส่งสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความที่ได้ทำไว้กับกองทุน  พร้อมรายละเอียดชื่อ สกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน (ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและลงนามรับรองความถูกต้องของเอกสารด้วย) ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้  โดยบริษัทฯ จะตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการถอนฟ้องให้ต่อไป  สำหรับการถอนฟ้องกรณีดังกล่าว ผู้กู้ยืมไม่ต้องชำระเงินค่าทนายความแต่อย่างใด

คือหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรของพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืม กยศ. หรือ กรอ. ตามจำนวนที่กองทุนฯ แจ้งให้ทราบ และนำส่งกรมสรรพากร เพื่อชำระเงินหนี้เงินกู้ยืม 

สำหรับหน่วยงานราชการ/หน่วยงานของรัฐ/รัฐวิสาหกิจ กองทุนจะเริ่มหักทยอยหักเงินเดือนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป
สำหรับหน่วยงานเอกชน กองทุนจะเริ่มดำเนินการในปี 2562 โดยเริ่มจากบริษัทที่มีขนาดใหญ่ก่อน และค่อยทยอยดำเนินการไปกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดกลางและขนาดเล็ก ตามลำดับ

ในกรณีที่ผู้กู้ยืมทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้จะต้องแจ้งเรื่องขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย / ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย / กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยผู้กู้ยืมต้องแนบหลักฐาน ดังนี้

  1. สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการที่ไม่หมดอายุ
  2. ใบรับรองแพทย์ที่เป็นปัจจุบัน โดยให้แพทย์บรรยายรายละเอียดของความพิการที่เป็นอยู่โดยโรงพยาบาล และไม่เกิน 90 วัน (ใช้ฉบับ จริง)
  3. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ยืม
  4. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกันทุกคน
  5. สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน กยศ./กรอ. (ถ้ามี)
  6. หนังสือรับรองความสามารถประกอบการงานของผู้พิการ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการที่รับรองความสามารถฯ
    โดยกองทุนฯ จะได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ เพื่อทำการระงับการเรียกให้ชำระหนี้ต่อไป

ส่งแบบเดียวกับที่หน่วยงานส่งภาษีเงินได้ไปยังกรมสรรพากร

กองทุนกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการโอนเงินกู้ยืม ดังต่อไปนี้

 

*กรณีผู้กู้ยืมเงิน /สถานศึกษา ไม่ได้รับเงินให้ติดต่อธนาคาร

พ.ร.บ.กองทุน พ.ศ. 2560 จะบูรณาการทั้งหมด โดยให้อำนาจกองทุนสามารถขอข้อมูลส่วนบุคคลของลูกหนี้ กยศ. เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ จากหน่วยงานต่างๆ ได้ รวมถึงการบังคับคดี จากเดิมการบังคับคดีของลูกหนี้ที่อยู่ในขั้นตอนดำเนินการสืบทรัพย์ของลูกหนี้ ซึ่งกองทุนต้องใช้เงินในการจ้างติดตามสืบทรัพย์จำนวนมาก แต่ พ.ร.บ. กองทุน พ.ศ. 2560 สามารถส่งข้อมูลของลูกหนี้ให้กับกรมที่ดิน ตรวจสอบการถือครองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ จากการบูรณาการนี้ทำให้รัฐสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก และทำให้กองทุนดำเนินการได้โดยมีข้อจำกัดที่น้อยลง ทำให้ติดตามหนี้ได้คืนมากขึ้น และไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐต่อไป

ผู้กู้ยืมที่ไม่สามารถไปที่ศาลตามหมายนัดได้ จะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

  1. มอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปแทน   หรือ
  2. ขอให้กองทุนถอนฟ้อง โดยการชำระหนี้ปิดบัญชีและชำระค่าทนายความ และส่งเอกสารการชำระหนี้ และค่าทนายความเพื่อให้กองทุนถอนฟ้อง ทั้งนี้ การติดต่อ กยศ.จะต้องดำเนินการก่อนถึงวันที่ศาลนัดไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์
  1. ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่จบปริญญาตรี แต่ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญากู้ยืม  ให้ผู้กู้ยืมส่งหลักฐานการศึกษาว่าผู้กู้ยืมมีการศึกษาต่อเนื่องโดยไม่มีการเลิกศึกษา  และแจ้งให้กองทุนและบมจ.ธนาคารกรุงไทยทราบเพื่อปรับปรุงข้อมูลออกจากกลุ่มผู้ถูกดำเนินคดี
  2. ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่จบปริญญาตรี แต่ได้รับหมายศาล ให้ผู้กู้ยืมส่งหลักฐานการศึกษาว่าผู้กู้ยืมมีการศึกษาต่อเนื่องโดยไม่มีการเลิกศึกษา  และแจ้งให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทยทราบเพื่อถอนฟ้อง
    ผู้กู้ยืมจะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อให้กองทุน และ/หรือ บมจ.ธนาคารกรุงไทย สามารถดำเนินการได้ทัน มิให้พ้นกำหนดระยะเวลาในหนังสือบอกเลิกสัญญากู้ยืม / พ้นกำหนดที่ศาลนัด

กองทุนจะระงับการเรียกให้ชำระหนี้ กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินพิการหรือทุพพลภาพ จนไม่สามารถประกอบการงานได้ โดยผู้กู้ยืมต้องแจ้งเรื่องขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ให้กองทุนพิจารณาตามหลักเกณฑ์
ผู้กู้ยืมต้องไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นผู้พิการหรือไม่ ถ้าได้รับมาแล้วให้นำใบรับรองแพทย์ไปทำบัตรคนพิการ หากอยู่ต่างจังหวัดให้ไปที่สำนักงานพัฒนาสังคมประจำจังหวัดที่ผู้กู้ยืมอยู่
ยื่นแบบฟอร์มหนังสือรับรองความสามารถการประกอบการงานของผู้พิการหรือทุพพลภาพ (กยศ.207) พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการ หนังสือรับรองแพทย์ที่เป็นปัจจุบัน โดยโรงพยาบาลระบุอาการความพิการโดยละเอียด

ผู้กู้ต้องชำระยอดหนี้ให้เป็นปัจจุบัน และยอดหนี้ปรับปรุงเรียบร้อยแล้วตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือตามสัญญาไกล่เกลี่ย

  1. กรอกข้อมูลแจ้งความประสงค์ในแบบฟอร์ม กยศ.108 ดาวน์โหลดจาก Web site กองทุน
  2. สำเนาบัตรประชาชน (ลงรายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)
  3. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทยหน้าแรก (ลงรายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)

ส่งเอกสารไปที่ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ เบอร์แฟกซ์ 0 2256 8198 ยืนยันแฟกซ์ โทร. 0 2208 8699
หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ เลขที่ 10 อาคารสุขุมวิท ชั้น 14  ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม.10110

การรายงานสถานภาพการศึกษาโดยสถานศึกษา

สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่มีการเปลี่ยนแปลงระหว่างปี หรือจบการศึกษา สถานศึกษาต้องรายงานสถานภาพ ตามจริง โดยระบบจะมีให้สถานศึกษารายงาน เช่น ศึกษาต่อในสถานศึกษานั้นๆ ผู้กู้ยืมรายเก่าเลื่อนชั้นปีที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมเงินในสถานศึกษาปัจจุบัน สำเร็จการศึกษา ลาออก ให้ออก 


การรายงานสถานภาพการศึกษาโดยผู้กู้

สำหรับผู้กู้ที่ต้องรายงานจะเกิดจาก กรณีดังนี้

กรณีที่ 1 ผู้กู้ยืมเงินมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างปี เช่น ย้ายสถานศึกษา หรือ ไม่กู้ยืมเงินต่อ

กรณีที่2 ผู้กู้ยืมเงินที่ศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่ไม่ได้เข้าร่วมดำเนินงานกับกองทุน

ดังนั้น  เพื่อรักษาสถานภาพการศึกษา ว่า “กำลังศึกษาอยู่” ระบบDSLจะแจ้งเตือน ให้ผู้กู้มารายงานสถานภาพ เมื่อพบว่าไม่มีการรายงานสถานภาพมาแล้ว 1 ปี (365 วัน) นับจากวันที่รายงานสถานภาพครั้งล่าสุด โดยจะแจ้งเตือนผ่าน Email และ Notification ให้ผู้กู้ยืมเข้าระบบเพื่อรายงานสถานภาพ โดยระบบจะมีให้ดาวน์โหลด กยศ.204 เพื่อรายงานและลงนามรับรองโดยสถานศึกษาปัจจุบัน และสแกนข้อมูลเข้ามาในระบบ หากยังไม่ถึงระยะเวลา365 วัน ฟังก์ชันการรายงานสถานภาพจะไม่ขึ้นค่ะ ดังนั้น ผู้กู้ยืมเงินยังไม่ต้องดำเนินการใดๆเพราะรายงานสถานภาพจะไม่มีปุ่มแจ้งเตือน ให้คลิกค่ะ

 

ปล. ปัจจุบันระบบเป็นแบบนี้ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการหารือให้สามารถรายงานได้ก่อนระยะเวลาเตือน 365 วัน

 

 

การเรียกเก็บเงินค่าเล่าเรียนก่อน กองทุนฯ ถือเป็นการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา ทั้งนี้ อาจจะเป็นปัญหาให้กับนักเรียน นักศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการจึงมีหนังสือขอความร่วมมือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไปยังสถานศึกษาในสังกัดแล้ว

  • การขอผ่อนผันการชำระหนี้สามารถทำได้แต่จะต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ทางกองทุนฯ กำหนด

รายละเอียดการผ่อนผันการชำระหนี้ https://www.studentloan.or.th/th/highlight/1548649297

วิธีการนับระยะเวลาปลอดหนี้หลังจบการศึกษาหรือเลิกการศึกษา ตัวอย่างเช่น ผู้กู้ยืมเรียนปีสุดท้ายปีการศึกษา 2563 ซึ่งจบการศึกษาช่วงกลางปี พ.ศ. 2564 จะมีระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี ดังนั้น ผู้กู้ยืมจะครบกำหนดชำระหนี้ครั้งแรกในปี 2566 (5 กรกฎาคม 2566)

  • รายละเอียดเพิ่มเติม ...คลิก

ผู้กู้ยืมที่หยุดกู้ยืม แต่ยังคงศึกษาอยู่ จะต้องแจ้งสถานภาพการเป็นนักศึกษา ให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทย /ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ทราบทุกปีจนกว่าจะจบการศึกษา