Secondary

Languages

คำถามที่พบบ่อย

สามารถทำได้ โดยแบ่งชำระให้แล้วสร็จก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้ประจำปี ที่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย / ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้ทุกสาขา ซึ่งยอดที่แบ่งชำระรวมแล้วเงินต้นจะต้องไม่น้อยกว่ายอดที่กำหนดให้ในแต่ละปี

ไม่ได้ ผู้กู้ยืมจะต้องยื่นขอกู้ยืมผ่านระบบ e-studentloan ตั้งแต่เทอม 1 เป็นต้นไป

ให้รายงานสถานภาพการเป็นนักศึกษาที่ผู้บริหารจัดการเงินให้กู้ยืม โดยใช้เอกสารประกอบ ดังนี้

 

ให้ผู้กู้ยืม/สถานศึกษาตรวจสอบ ดังนี้

1. สถานศึกษาดำเนินการในระบบ e-Studentloan เสร็จสิ้นครบถ้วนทุกขั้นตอน ภายในระยะเวลาที่กองทุนกำหนดหรือไม่

2. สถานศึกษาได้นำส่งเอกสารการกู้ยืมของผู้กู้ยืมให้กับธนาคารเรียบร้อยแล้วหรือไม่ และหากส่งแล้วแต่เอกสารดังกล่าวไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ตามที่ธนาคารได้แจ้งไว้แก่สถานศึกษาทาง Auto mail สถานศึกษาได้     ทำการจัดส่งเอกสารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ให้ธนาคารภายในระยะเวลาที่กองทุนกำหนดแล้วหรือไม่

3. สถานศึกษาได้นำส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจกระทำการแทนสถานศึกษาในการลงนามในเอกสารการกู้ยืมเงินให้ธนาคารเรียบร้อยหรือไม่

4. กรณีสถานศึกษาที่ต้องดำเนินการระบบ e-Audit ได้ดำเนินการส่งข้อมูล และหรือส่งคืนเงินให้กองทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่

*หากดำเนินการดังกล่าวข้างต้นเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการโอนเงินให้ติดต่อกองทุนและหรือธนาคาร

สถานศึกษามีหน้าที่ต้องรายงานการพ้นสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา โดยใช้แบบฟอร์มกยศ. 109 จัดส่งให้ ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ. ธนาคารกรุงไทย / ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) ภายใน 15 วันนับแต่วันที่พ้นสภาพ พร้อมทั้งระบุสาเหตุการพ้นสภาพของนักเรียน นักศึกษา พร้อมเอกสารประกอบ เช่น กรณีที่นักเรียน นักศึกษาเสียชีวิต จะต้องแนบเอกสารสำเนาใบมรณบัตร และสำเนาทะเบียนบ้านที่ระบุว่านักเรียน นักศึกษาถึงแก่ความตาย

ในกรณีที่ผู้กู้ยืมทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้จะต้องแจ้งเรื่องขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย / ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย / กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยผู้กู้ยืมต้องแนบหลักฐาน ดังนี้

  1. สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการที่ไม่หมดอายุ
  2. ใบรับรองแพทย์ที่เป็นปัจจุบัน โดยให้แพทย์บรรยายรายละเอียดของความพิการที่เป็นอยู่โดยโรงพยาบาล และไม่เกิน 90 วัน (ใช้ฉบับ จริง)
  3. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ยืม
  4. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกันทุกคน
  5. สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน กยศ./กรอ. (ถ้ามี)
  6. หนังสือรับรองความสามารถประกอบการงานของผู้พิการ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการที่รับรองความสามารถฯ
    โดยกองทุนฯ จะได้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ เพื่อทำการระงับการเรียกให้ชำระหนี้ต่อไป

การเรียกเก็บเงินค่าเล่าเรียนก่อน กองทุนฯ ถือเป็นการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา ทั้งนี้ อาจจะเป็นปัญหาให้กับนักเรียน นักศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการจึงมีหนังสือขอความร่วมมือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไปยังสถานศึกษาในสังกัดแล้ว

ดอกเบี้ย/ประโยชน์อื่นใด คิดจากยอดเงินต้นคงเหลือทั้งหมดในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี ตลอดระยะเวลา 15 ปี
เบี้ยปรับ/ค่าธรรมเนียมจัดการกรณีผิดนัดชำระหนี้ คิดจากยอดเงินที่ผู้กู้ยืมค้างชำระในแต่ละปี 

  • ในอัตรา 7.5 % ต่อปี 

การลดยอดหนี้ จะต้องดูข้อมูลการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมรายนั้นๆ เป็นหลักว่ามีการค้างชำระหนี้หรือไม่ ถ้าไม่มีประวัติการค้างชำระ ธนาคารก็จะนำเงินที่ชำระคืนไปหักดอกเบี้ย/ประโยชน์อื่นใดและยอดเงินต้น แต่ถ้ามีการค้างชำระหนี้ในปีก่อนๆ ธนาคารจะทำการหักในส่วนเบี้ยปรับ/ค่าธรรมเนียมจัดการกรณีผิดนัดชำระหนี้กับดอกเบี้ย/ประโยชน์อื่นใดก่อน จึงจะนำจำนวนเงินที่เหลือไปหักยอดเงินต้น ให้กับผู้กู้ยืมตามลำดับ

กองทุนกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการโอนเงินกู้ยืม ลักษณะที่ 1 เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และลักษณะที่ 2 เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก ซึ่งมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคนและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ดังต่อไปนี้

หมายเหตุ : ธนาคารจะจัดส่งรายงานการโอนเงินค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาให้กับสถานศึกษาทาง Auto mail ตามจำนวนครั้งที่โอนเงิน หากไม่ได้รับ Auto mail ให้สถานศึกษาติดต่อกับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม

*กรณีผู้กู้ยืมเงิน /สถานศึกษา ไม่ได้รับเงินให้ติดต่อธนาคาร

ผู้กู้ยืมสามารถคำนวณระยะเวลาเองได้  ตัวอย่างเช่น ผู้กู้ยืมเรียนปีสุดท้ายปีการศึกษา 2558 (ปีการศึกษา 2558 มีระยะเวลาประมาณเดือนพฤษภาคม 58 – เมษายน 59)  และมีระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี ดังนั้น ผู้กู้ยืมจะครบกำหนดชำระหนี้ในปี 2561 (5 กรกฎาคม 2561)

ผู้กู้ยืมที่หยุดกู้ยืม แต่ยังคงศึกษาอยู่ จะต้องแจ้งสถานภาพการเป็นนักศึกษา ให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทย /ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ทราบทุกปีจนกว่าจะจบการศึกษา

กองทุนจะมีหนังสือแจ้งภาระหนี้ ส่งไปถึงผู้กู้ยืม 1 ครั้ง ก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้งวดแรก โดยจะส่งไปยังที่อยู่เดิมตามภูมิลำเนาของผู้กู้ยืม หรือตามที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์

สามารถทำได้ โดยจำนวนเงินที่เกินยอดหนี้ที่ต้องชำระในแต่ละงวด ระบบจะนำไปลดยอดเงินต้น แต่ไม่ได้นำไปลดยอดเงินที่ต้องชำระในงวดต่อไป กล่าวคือ ผู้กู้ยืมยังคงมีหน้าที่ต้องชำระเงินในงวดต่อไปเต็มตามจำนวนที่กำหนดในตารางผ่อนชำระหนี้ แต่เงินจำนวนดังกล่าวจะถูกนำไปลดยอดเงินต้นในงวดสุดท้ายที่ผู้กู้ยืมจะต้องชำระ

กองทุนจะระงับการเรียกให้ชำระหนี้ กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินพิการหรือทุพพลภาพ จนไม่สามารถประกอบการงานได้ โดยผู้กู้ยืมต้องแจ้งเรื่องขอระงับการเรียกให้ชำระหนี้ให้กองทุนพิจารณาตามหลักเกณฑ์
ผู้กู้ยืมต้องไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นผู้พิการหรือไม่ ถ้าได้รับมาแล้วให้นำใบรับรองแพทย์ไปทำบัตรคนพิการ หากอยู่ต่างจังหวัดให้ไปที่สำนักงานพัฒนาสังคมประจำจังหวัดที่ผู้กู้ยืมอยู่
ยื่นแบบฟอร์มหนังสือรับรองความสามารถการประกอบการงานของผู้พิการหรือทุพพลภาพ (กยศ.207) พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวผู้พิการ หนังสือรับรองแพทย์ที่เป็นปัจจุบัน โดยโรงพยาบาลระบุอาการความพิการโดยละเอียด

กรณีที่ผู้กู้ยืมได้รับคำบังคับจากศาล เนื่องจากผู้กู้ยืมไม่ได้ชำระหนี้จนถูกดำเนินคดีต่อศาล และไม่ได้ไปตามที่ศาลนัด ทำให้ศาลพิพากษาให้ชำระหนี้ทั้งหมดพร้อมทั้งดอกเบี้ยและเบี้ยปรับที่ผิดนัด ผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันจะต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลสั่งซึ่งรวมถึงค่าทนายความด้วย (โดยชำระหนี้ที่ บมจ.ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา)