Secondary

Languages

แนวปฏิบัติการจัดทำสัญญากู้ยืมเงินและแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม

แนวปฏิบัติการจัดทำสัญญากู้ยืมเงินและแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม 

(ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ) ทั้ง 4 ลักษณะ สำหรับปีการศึกษา 2564

ด้วยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กำหนดให้นักเรียนหรือนักศึกษาที่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมเงิน ต้องทำสัญญากู้ยืมเงิน และหรือแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม (ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ) ให้เป็นไปตามแบบหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในระยะเวลาที่กองทุนประกาศกำหนด โดยกองทุนจะโอนเงินกู้ยืมส่วนที่เป็นค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาให้แก่สถานศึกษา ส่วนค่าครองชีพ (ถ้ามี) จะโอนให้เป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากของผู้กู้ยืมเงินโดยตรง ภายหลังจากที่ผู้กู้ยืมเงิน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงิน และหรือแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม ถูกต้องครบถ้วน และกองทุนหรือสถาบันการเงิน ที่ทำหน้าที่แทนกองทุนได้ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้วตามลำดับ

ดังนั้น เพื่อให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน และหรือแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม (ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ) ทั้ง 4 ลักษณะ สำหรับปีการศึกษา 2564 สามารถดำเนินการได้ถูกต้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน กองทุนจึงจัดทำแนวปฏิบัติในเรื่องดังกล่าว ดังนี้

 

1. การจัดทำสัญญากู้ยืมเงินและแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม (ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ) รายภาคเรียน

1.1 การจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน (ทำเฉพาะภาคเรียนที่ 1) สำหรับผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ผู้กู้ยืมเงินรายเก่า เปลี่ยนระดับการศึกษา ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าย้ายสถานศึกษา และผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนหลักสูตร/สาขาวิชา สำหรับผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเลื่อนชั้นปีไม่ต้องดำเนินการขั้นตอนนี้ ให้จัดทำเฉพาะแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ ตามข้อ 1.2

1.1.1 การค้ำประกัน กองทุนยกเลิกการกำหนดให้มีผู้ค้ำประกันการชำระเงินคืนกองทุน สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมเงินและทำสัญญากู้ยืมเงินใหม่ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป

1.1.2 ผู้กู้ยืมเงินบันทึกข้อมูลสัญญากู้ยืมเงินในระบบ DSL เรียบร้อยแล้ว ให้ผู้กู้ยืมเงินตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนก่อนยืนยันข้อมูลทั้งหมดในระบบ DSL หากพบว่าข้อมูลที่บันทึกไว้ไม่ถูกต้อง ผู้กู้ยืมเงินจะต้องทำการแก้ไขให้ถูกต้องก่อนพิมพ์และหรือยืนยันส่งข้อมูล พร้อมติดต่อสถานศึกษาเพื่อนัดหมายลงนามสัญญากู้ยืมเงิน ภายในระยะเวลาที่กองทุนประกาศกำหนด

1.1.3 สถานศึกษาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ระบุในสัญญากู้ยืมเงินทั้งหมดในระบบ DSL อีกครั้ง หากพบว่าข้อมูลที่ผู้กู้ยืมเงินบันทึกไว้ไม่ถูกต้อง ให้แจ้งกับผู้กู้ยืมเงินหรือยกเลิกสัญญากู้ยืมเงินในระบบ DSL แล้วแต่กรณี เพื่อทำการบันทึกข้อมูลให้ถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง

1.1.4 ผู้กู้ยืมเงิน หรือสถานศึกษาพิมพ์สัญญากู้ยืมเงินในระบบ DSL อย่างน้อย 2 ชุด ทั้งนี้ สถานศึกษา  มีหน้าที่จัดให้ผู้กู้ยืมเงิน และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในสัญญากู้ยืมเงินมาลงนามด้วยตนเอง ณ สถานศึกษา ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษา โดยบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าวประกอบด้วย

              - ผู้กู้ยืมเงิน

              - บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรม (กรณีผู้กู้ยืมเงินยังไม่บรรลุนิติภาวะ) ควรมาลงนามให้ครบทั้ง 2 คน หรือหากมีเหตุผลอันสมควรสามารถมาลงนามเพียงคนใดคนหนึ่งเฉพาะที่มี  ชื่อ-สกุล ปรากฏอยู่ในสัญญากู้ยืมเงินเพียงคนเดียวได้ 

              - พยาน (ควรเป็นฝั่งของผู้กู้ยืมเงิน 1 คน และฝั่งของสถานศึกษา 1 คน) หรือพยานจะเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาทั้ง 2 ฝั่งก็ได้ แล้วแต่กรณีตามความเหมาะสม

1.1.5 เมื่อบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องลงนามในสัญญากู้ยืมเงินเรียบร้อยแล้ว ให้สถานศึกษาตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของรายละเอียดในสัญญากู้ยืมเงิน การลงนามในสัญญากู้ยืมเงิน และเอกสารประกอบสัญญากู้ยืมเงิน ก่อนทำการสแกนเข้าระบบ DSL ดังนี้

              (1) ตรวจรายละเอียดข้อมูลในสัญญากู้ยืมเงิน โดยข้อมูลของผู้กู้ยืมเงิน ผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง (กรณีผู้กู้ยืมเงินยังไม่บรรลุนิติภาวะ) ต้องถูกต้องครบถ้วน

              (2) ตรวจชื่อ-สกุลของผู้กู้ยืมเงิน ผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง (กรณีผู้กู้ยืมเงินยังไม่บรรลุนิติภาวะ) ตรงกับลายมือชื่อที่ลงนามในสัญญากู้ยืมเงิน และลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินต้องเป็นแบบเดียวกับลายมือชื่อที่รับรองสำเนาเอกสารประกอบสัญญากู้ยืมเงิน (ห้ามใช้ตรายางประทับแทนการลงลายมือชื่อ) พร้อมทั้งให้มีลายมือชื่อของพยานในสัญญากู้ยืมเงินด้วย

             (3) ตรวจเอกสารประกอบสัญญากู้ยืมเงินให้ครบถ้วน ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน ของผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง (กรณีผู้กู้ยืมเงินยังไม่บรรลุนิติภาวะ) ซึ่งต้องไม่หมดอายุ/เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น เอกสารการเปลี่ยนแปลงชื่อ-สกุล (กรณีมีการเปลี่ยนแปลงชื่อ-สกุล ภายหลังบันทึกข้อมูลสัญญากู้ยืมเงินในระบบ DSL แล้ว) เป็นต้น

             (4) กรณีภายหลังบันทึกข้อมูลและหรือพิมพ์สัญญากู้ยืมเงินแล้ว ตรวจสอบพบว่ามีข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องในสัญญากู้ยืมเงินขีดฆ่าด้วยปากกา เขียนใหม่และลงลายมือชื่อกำกับตรงข้อความที่แก้ไขทุกจุด

1.1.6 ให้สถานศึกษาทำการสแกนสัญญากู้ยืมเงิน และเอกสารประกอบสัญญากู้ยืมเงิน พร้อมยืนยัน   ความถูกต้องในระบบ DSL โดยเอกสารที่ต้องทำการสแกน/แนบไฟล์ประกอบด้วย

- สัญญากู้ยืมเงิน จำนวน 6 แผ่น

- สำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน จำนวน 1 แผ่น (เฉพาะหน้าบัตร หรือหน้าและหลังบัตรได้ทั้งสองแบบ)

- สำเนาบัตรประชาชนของผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง จำนวน 1 แผ่น (กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินยังไม่บรรลุนิติภาวะ) (เฉพาะหน้าบัตร หรือหน้าและหลังบัตรได้ทั้งสองแบบ)

- เอกสารอื่น (ถ้ามี) เช่น เอกสารการเปลี่ยนแปลงชื่อ-สกุล

1.2 การจัดทำแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม (ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ) รายภาคเรียน

สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่จัดทำสัญญากู้ยืมเงินตามข้อ 1.1 เรียบร้อยแล้ว และผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเลื่อนชั้นปีจะต้องจัดทำแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ (รายภาคเรียน) ให้เรียบร้อย ดังนี้

1.2.1 ผู้กู้ยืมเงินบันทึกข้อมูลแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ และตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน ก่อนยืนยันข้อมูลทั้งหมดในระบบ DSL หากพบว่าข้อมูลที่บันทึกไว้ไม่ถูกต้องผู้กู้ยืมเงินจะต้องทำการแก้ไขให้ถูกต้องก่อนพิมพ์และหรือยืนยันส่งข้อมูล พร้อมติดต่อสถานศึกษาเพื่อนัดหมายลงนามแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ ภายในระยะเวลาที่กองทุนประกาศกำหนด

1.2.2 สถานศึกษาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ ในระบบ DSL  อีกครั้ง หากพบว่าข้อมูลที่ผู้กู้ยืมเงินบันทึกไม่ถูกต้อง ให้แจ้งแก่ผู้กู้ยืมเงินเพื่อทำการบันทึกข้อมูลแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ ในระบบ DSL ใหม่ให้ถูกต้อง

1.2.3 ผู้กู้ยืมเงิน หรือสถานศึกษาทำการพิมพ์แบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ ในระบบ DSL อย่างน้อย  2 ชุด ทั้งนี้ สถานศึกษามีหน้าที่จัดให้ผู้กู้ยืมเงิน และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ มาลงนามด้วยตนเอง ณ สถานศึกษา ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษา โดยบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าวประกอบด้วย

- ผู้กู้ยืมเงิน

- บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรม (กรณีผู้กู้ยืมเงินยังไม่บรรลุนิติภาวะ) ควรมาลงนามให้ครบทั้ง 2 คน หรือหากมีเหตุผลอันสมควรสามารถมาลงนามเพียงคนใดคนหนึ่งเฉพาะที่มี ชื่อ-สกุล ปรากฏอยู่ในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ เพียงคนเดียวได้

ทั้งนี้ กรณีผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเลื่อนชั้นปี หากพบว่าบุคคลที่มีชื่อ-สกุล ปรากฏอยู่ในแบบยืนยัน การเบิกเงินกู้ยืมฯ เสียชีวิต เป็นบุคคลสูญหาย ติดต่อไม่ได้ และหรือจะเปลี่ยนแปลงผู้ลงนามด้วยเพราะเหตุผลอันสมควร สถานศึกษาสามารถพิจารณาให้เปลี่ยนแปลงได้

- พยาน (ควรเป็นฝั่งของผู้กู้ยืม 1 คน และฝั่งของสถานศึกษา 1 คน) หรือพยานจะเป็นเจ้าหน้าที่ ของสถานศึกษาทั้ง 2 ฝั่งแล้วแต่กรณีได้ตามความเหมาะสม

1.2.4 เมื่อบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องลงนามในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ เรียบร้อยแล้ว ให้สถานศึกษาตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของรายละเอียดในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ การลงนามในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ และเอกสารประกอบ ก่อนทำการสแกนเข้าระบบ DSL ดังนี้

(1) ตรวจรายละเอียดข้อมูลในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ โดยเฉพาะข้อมูลการศึกษา  คณะ/สาขาวิชา/หลักสูตร และจำนวนเงินที่ขอกู้ยืม รวมทั้งข้อมูลบัญชีรับเงินของสถานศึกษา และของผู้กู้ยืมเงินทั้งหมดต้องถูกต้องครบถ้วน  ทั้งนี้ ในช่องวันออกบัตร และวันหมดอายุ ต้องให้ผู้กู้ยืมเงินเขียนให้ตรงกับข้อมูลในบัตรประชาชน สำหรับในช่องวันที่ทำสัญญากู้ยืมเงิน สามารถเว้นว่างไว้ไม่ต้องระบุได้

(2) ตรวจชื่อ-สกุลของผู้กู้ยืมเงิน ผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง (กรณีผู้กู้ยืมเงินยังไม่บรรลุนิติภาวะ) ตรงกับลายมือชื่อที่ลงนามในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ โดยบุคคลดังกล่าวได้ลงลายมือชื่อครบถ้วน และลายมือชื่อในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ ต้องเป็นแบบเดียวกับลายมือชื่อที่รับรองสำเนาเอกสารประกอบ (ห้ามใช้ตรายางประทับแทนการลงลายมือชื่อ) พร้อมทั้งให้มีลายมือชื่อของพยานในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ ด้วย

ทั้งนี้ กรณีผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเลื่อนชั้นปี ที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง ด้วยเหตุผลอันสมควร ตามข้อ 1.2.3 สามารถให้บุคคลใหม่ลงนามแทนที่เดิม โดยขีดฆ่าที่ชื่อ-สกุลของบุคคลเดิมเขียนใหม่และลงนามกำกับ หรือสามารถลงนามเพิ่มในช่องผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง ที่ว่างอยู่ได้

(3) ตรวจเอกสารประกอบแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้ยืมเงินของผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง (กรณีผู้กู้ยืมเงินยังไม่บรรลุนิติภาวะ) ซึ่งต้องไม่หมดอายุ/เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น เอกสารการเปลี่ยนแปลงชื่อ-สกุล (กรณีมีการเปลี่ยนแปลงชื่อ-สกุลภายหลังบันทึกข้อมูลในระบบ DSLแล้ว) เป็นต้น

(4) กรณีภายหลังบันทึกข้อมูลและหรือพิมพ์แบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ แล้ว ตรวจสอบพบว่า มีข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ ขีดฆ่าด้วยปากกา เขียนใหม่และลงลายมือชื่อกำกับตรงข้อความที่แก้ไขทุกจุด

1.2.5 สถานศึกษาทำการสแกนแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ และเอกสารประกอบแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ พร้อมยืนยันความถูกต้องในระบบ DSL โดยเอกสารที่ต้องทำการสแกน/แนบไฟล์ประกอบด้วย

- แบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ จำนวน 1 แผ่น

- สำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน จำนวน 1 แผ่น (เฉพาะหน้าบัตร หรือหน้าและหลังบัตรได้ทั้งสองแบบ)

- สำเนาบัตรประชาชนของผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง จำนวน 1 แผ่น (กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินยังไม่บรรลุนิติภาวะ) (เฉพาะหน้าบัตร หรือหน้าและหลังบัตรได้ทั้งสองแบบ)

- เอกสารอื่น (ถ้ามี) เช่น เอกสารการเปลี่ยนแปลงชื่อ-สกุล

ทั้งนี้ สำหรับผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษา ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าย้ายสถานศึกษา และผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนหลักสูตร/สาขาวิชา ซึ่งภาคเรียนที่ 1 ต้องจัดทำทั้งสัญญากู้ยืมเงิน และแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ สามารถติดต่อสถานศึกษาเพื่อนัดหมายลงนามในสัญญากู้ยืมเงิน และแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ พร้อมกันในคราวเดียว และสถานศึกษาสามารถยืนยันความถูกต้องในระบบ DSL พร้อมสแกนเอกสาร/ แนบไฟล์เข้าระบบ DSL ได้ พร้อมกันในคราวเดียว

 

2. การจัดส่งสัญญากู้ยืมเงิน แบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม (ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ) รายภาคเรียน และเอกสารประกอบให้บมจ. ธนาคารกรุงไทย และหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

2.1 ภาคเรียนที่ 1

 2.1.1 สำหรับผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษา ผู้กู้ยืมเงินรายเก่า ย้ายสถานศึกษา และผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนหลักสูตร/สาขาวิชา ที่จัดทำและลงนามในสัญญากู้ยืมเงิน และแบบยืนยัน  การเบิกเงินกู้ยืม (ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ) รายภาคเรียน ซึ่งสถานศึกษาได้ทำการยืนยันความถูกต้องในระบบ DSL พร้อมสแกนเอกสาร/แนบไฟล์เข้าระบบ DSL พร้อมกันเป็นในคราวเดียว ตามข้อ 1.1 และ 1.2 เรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(1) ให้สถานศึกษาจัดทำใบนำส่งเอกสารในระบบ DSL ชุดละไม่เกิน 25 คน

(2) ให้สถานศึกษาจัดชุดเอกสารของผู้กู้ยืมเงินที่ลงนามครบถ้วนถูกต้อง และตรงกับไฟล์ที่สแกน ในระบบ DSL โดยเรียงตามรายชื่อในใบนำส่ง ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมเงิน 1 คน จะประกอบเอกสาร ดังนี้

 - สัญญากู้ยืมเงิน จำนวน 6 แผ่น

- แบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ จำนวน 1 แผ่น

- สำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน จำนวน 1 แผ่น

- สำเนาบัตรประชาชนของผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง จำนวน 1 แผ่น (กรณีผู้กู้ยืมเงินยังไม่บรรลุนิติภาวะ) กรณีเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ลงนามในสัญญากู้ยืมเงิน และแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม

- เอกสารอื่น (ถ้ามี)

2.1.2 สำหรับผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเลือนชั้นปี ที่จัดทำและลงนามในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม (ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ) รายภาคเรียน ซึ่งสถานศึกษาได้ทำการยืนยันความถูกต้องในระบบ DSL พร้อมสแกนเอกสาร/แนบไฟล์เข้าระบบ DSL ตามข้อ 1.2 เรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(1) ให้สถานศึกษาจัดทำใบนำส่งเอกสารในระบบ DSL ชุดละไม่เกิน 25 คน

(2) ให้สถานศึกษาจัดชุดเอกสารของผู้กู้ยืมเงินที่ลงนามครบถ้วนถูกต้อง และตรงกับไฟล์ที่สแกนในระบบ DSL โดยเรียงตามรายชื่อในใบนำส่ง ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมเงิน 1 คน จะประกอบเอกสาร ดังนี้

- แบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ จำนวน 1 แผ่น

- สำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน จำนวน 1 แผ่น

- สำเนาบัตรประชาชนของผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง จำนวน 1 แผ่น (กรณีผู้กู้ยืมเงิน   ยังไม่บรรลุนิติภาวะ)

- เอกสารอื่น (ถ้ามี)

2.2 ภาคเรียนที่ 2 และ 3 (ถ้ามี)

สำหรับผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษา ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าย้ายสถานศึกษา ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนหลักสูตร/สาขาวิชา และผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเลือนชั้นปี ที่จัดทำและลงนามในแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม (ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและค่าครองชีพ) รายภาคเรียน ซึ่งสถานศึกษาได้ทำการยืนยัน ความถูกต้องในระบบ DSL พร้อมสแกนเอกสาร/แนบไฟล์เข้าระบบ DSL ตามข้อ 1.2 เรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(1) ให้สถานศึกษาจัดทำใบนำส่งเอกสารในระบบ DSL ชุดละไม่เกิน 25 คน

(2) ให้สถานศึกษาจัดชุดเอกสารของผู้กู้ยืมเงินที่ลงนามครบถ้วนถูกต้อง และตรงกับไฟล์ที่ สแกนในระบบ DSL โดยเรียงตามรายชื่อในใบนำส่ง ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมเงิน 1 คน จะประกอบเอกสาร ดังนี้

- แบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมฯ จำนวน 1 แผ่น

- สำเนาบัตรประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน จำนวน 1 แผ่น

- สำเนาบัตรประชาชนของผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง จำนวน 1 แผ่น (กรณีผู้กู้ยืมเงิน ยังไม่บรรลุนิติภาวะ)

- เอกสารอื่น (ถ้ามี)

2.3 สถานที่สำหรับจัดส่งเอกสาร

2.3.1 สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่เลือกความประสงค์รับการโอนเงินกับ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ให้สถานศึกษาจัดส่งไปตามที่อยู่

"บมจ.ธนาคารกรุงไทย ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ"

อาคารสุขุมวิท ชั้น 14 เลขที่ 10 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

2.3.2 สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่เลือกความประสงค์รับการโอนเงินกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศ ให้สถานศึกษาจัดส่งไปตามที่อยู่

"ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ฝ่ายนโยบายรัฐ"

เลขที่ 66 อาคารคิวเฮ้าส์ อโศก ชั้น 12  ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110