Secondary

Languages

แนวปฏิบัติสำหรับผู้กู้ยืม

แนวปฏิบัติสำหรับผู้กู้ยืม

สำหรับการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ในงวดวันที่ 5 กรกฎาคม 2563 กองทุนจะแจ้งหักเงินเดือนโดยใช้ยอดหนี้ตามตารางชำระรายปี โดยหารด้วยจำนวนเดือน (12 เดือน) ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2562 จนถึงเดือนมิถุนายน 2563 และในงวดปีถัดไปจะเริ่มหักเงินเดือนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมของทุกปี จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น

หากผู้กู้ยืมมีเงินในบัญชีเงินเดือนไม่เพียงพอสำหรับหักชำระหนี้เงินกู้ยืมตามที่กองทุนแจ้ง ผู้กู้ยืมยังมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ตามช่องทางรับชำระหนี้อื่นที่มีอยู่เดิม และหากผู้กู้ยืมอยู่ในระหว่างผิดนัดชำระหนี้ ขอให้ผู้กู้ยืมดำเนินการชำระให้เป็นปกติ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระหนี้

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการหักเงินผู้กู้ยืมโดยอัตโนมัติจากบัญชีออมทรัพย์ก่อนวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ เนื่องจากบัญชีออมทรัพย์ที่ผูกกับสัญญากู้ยืมในการรับเงินกู้ยืมค่าครองชีพ ทำให้กองทุนไม่สามารถยกเลิกสัญญาดังกล่าวได้ จึงแนะนำให้ผู้กู้ยืมที่ชำระด้วยการหักเงินเดือนดำเนินการ ดังนี้

1. ยกเลิกการใช้บัญชีออมทรัพย์ดังกล่าว หรือ

2. จัดการไม่ให้มียอดเงินคงเหลือในบัญชีออมทรัพย์ดังกล่าว


การขอรับเงินคืนกรณีหน่วยงานหักเงินเกิน

  • ดาวน์โหลด แบบขอรับเงินคืน ในส่วนที่ชำระเกินจากหน่วยงานต้นสังกัดหักเงินเดือน ...คลิก   

ผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงินเดือนกรณีได้รับใบแจ้งหนี้รายปี

กรณีได้รับใบแจ้งหนี้เป็นการแจ้งผู้กู้ยืมเงินให้ชำระหนี้ภายใน 5 กรกฎาคม ของทุกปีตามรอบการแจ้งปกติ

**กรณีผู้กู้ยืมเงินที่หักชำระผ่านนายจ้างแล้วได้รับใบแจ้งหนี้ ให้ดำเนินการดังนี้**

- กรณีผู้กู้ยืมเงินที่ไม่ขอปรับลดจำนวนเงิน ไม่ค้างชำระก่อนหักเงินเดือนและหน่วยงานหักนำส่งครบถ้วนทุกเดือนตามที่กองทุนแจ้งผู้กู้ยืมเงินไม่ต้องดำเนินการใดๆ

- กรณีผู้กู้ยืมเงินขอปรับลดจำนวนเงินหรือมีการค้างชำระก่อนหักเงินเดือน หรือหน่วยงานไม่หักนำส่งหรือหักนำส่งไม่ครบตามจำนวนเงินที่กองทุนแจ้ง ผู้กู้ยืมเงินจะต้องชำระส่วนต่างให้ครบถ้วนด้วยตนเองภายในระยะเวลาที่ครบกำหนด

ทั้งนี้สามารถตรวจสอบยอดที่ต้องชำระและยอดคงเหลือได้ที่ แอปพลิเคชัน "กยศ. Connect"


แนวทางในการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้าง  
 

• ผู้กู้ยืมสามารถขอปรับลดจำนวนเงินที่นายจ้างหักและนำส่งกองทุนเพื่อชำระเงินงวดที่จะครบกำหนด วันที่ 5 กรกฎาคม 2565 และ/หรือผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระเป็นรายเดือน จากเดิมต้องไม่น้อยกว่า 100 บาทต่อเดือน เป็นคงเหลือต้องไม่น้อยกว่า 10 บาทต่อเดือน เป็นการชั่วคราว

• มีผลตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 - มิถุนายน 2565  • ผู้กู้ยืมจะต้องแจ้งความประสงค์ขอปรับจำนวนเงินดังกล่าวต่อกองทุนผ่านแอปพลิเคชัน กยศ.Connect 

• ผู้กู้ยืมยังคงมีหน้าที่ไปชำระส่วนต่างตามช่องทางที่กองทุนกำหนดให้ครบตามจำนวนเงินงวดที่ต้องชำระตามเงื่อนไขของสัญญารายเดือน (ภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน) และเงื่อนไขการชำระหนี้ของสัญญารายปี (ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2565) แล้วแต่กรณี มิเช่นนั้นจะถือว่าผิดนัดชำระหนี้และต้องชำระเงินเพิ่มอันได้แก่ เบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระเงินคืนตามอัตราที่กองทุนฯ กำหนดของเงินต้นงวดที่ค้างชำระ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งการหักเงินได้พึงประเมินด้วยระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF)

• หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ไลน์บัญชีทางการ กยศ.หักเงินเดือน